8 เรื่องที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคไวรัสตับอักเสบบี

412
SHARE
Young man sitting on couch at home wrapped in messy duvet suffering depression and emotional crisis, grieving in solitude and feeling lonely and desperate in dim light with shadow

ถ้าพูดถึงโรค “ไวรัสตับอับเสบบี” เชื่อว่าหลายคนรู้จัก เพราะเราเรียนและได้ยินชื่อโรคนี้อยู่ตลอด แม้แต่รายชื่อวัคซีนก็มีวัคซีนของโรคไวรัสตับอับเสบบีเป็นวัคซีนแรกๆ ที่เด็กต้องได้รับนอกเหนือไปจากวัคซีนป้องกันโรควัณโรค บาดทะยัก และโปลีโอ

8 เรื่องที่คนมักเข้าใจผิดเกี่ยวกับโรคไวรัสตับอักเสบบี

1. โรคไวรัสตับอับเสบบีไม่ใช่โรคที่ติดต่อกันทางน้ำลาย สามารถกอดจูบ (จูบได้แต่ภายในปากต้องไม่มีบาดแผล) ทานข้าวร่วมกัน ดื่มน้ำร่วมกันได้ และไม่ติดต่อผ่านทางลมหายใจ

2. โรคไวรัสตับอับเสบบีติดต่อกันทางสารคัดหลั่งอื่นๆ เช่น น้ำเหลือง น้ำเชื้อ และเลือด ที่ผ่านเข้าสู่ร่างกายทางบาดแผล ดังนั้นการติดต่อจะผ่านทางการมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใช้ถุงยางอนามัย ใช้เข็มฉีดยาร่วมกัน ใช้เข็มที่สักหรือเจาะหูร่วมกัน และติดต่อทางกรรมพันธุ์จากแม่สู่ลูก ดังนั้นวิธีติดต่อจะคล้ายกับโรคเอดส์มาก

3. โรคไวรัสตับอับเสบบีแบ่งเป็น 2 ชนิดใหญ่ๆ คือแบบเฉียบพลัน และแบบเรื้อรัง หากเป็นแบบเฉียบพลันจะเป็นแล้วหายขาดเลยภายใน 6 เดือน แล้วร่างกายจะสร้างภูมิคุ้มกันขึ้นมาจนไม่กลับไปเป็นอีก แต่แบบเรื้อรังจะเป็นนานมากกว่า 6 เดือน เฉพาะผู้ป่วยที่ร่างกายสร้างภูมิคุ้นกันขึ้นมาไม่แข็งแรงเพียงพอที่จะสู้กับเชื้อไวรัสได้ จนทำให้กลับมาเป็นโรคอีก

4. นอกจากจะมีผู้ป่วยโรคไวรัสตับอับเสบบีแล้ว ยังมีผู้ที่เป็นเพียงพาหะ คือผู้ที่มีเชื้ออยู่ในร่างกายแต่ไม่แสดงอาการป่วยออกมา (เช่นเดียวกันกับโรคเลือดจาง หรือธาลัสซีเมีย และอื่นๆ) ดังนั้นตอนตรวจร่างกายก่อนแต่งงานควรหาเชื้อโรคไวรัสตับอับเสบบีด้วย

5. โรคไวรัสตับอับเสบบี ตามชื่อโรค มีไวรัสทำให้ตับอักเสบ จนทำให้มีอาการป่วย เช่น เบื่ออาหาร อ่อนเพลีย ท้องร่วง ตัวเหลือง ตาเหลือง ปวดกระเพาะ กล้ามเนื้อ และตามข้อต่างๆ หากเป็นแบบเรื้อรังอาจลุกลามจนเป็นโรคมะเร็งตับได้

6. นอกจากนี้ยังมีโรคไวรัสตับอับเสบเอ ซี ดี และอี อีกด้วย แต่โรคไวรัสตับอับเสบบีเป็นชนิดที่พบบ่อยที่สุด และอันตรายจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ในภายหลัง (หากเป็นเรื้อรัง)

7. โดยปกติเด็กเล็กแพทย์จะนัดฉีดวัคซีนโรคไวรัสตับอับเสบบีให้ครบ 3 เข็มอยู่แล้ว แต่เมื่อโตขึ้นอาจมีการฉีดวัคซีนกระตุ้น แล้วแต่ความเหมาะสมและดุลยพินิจของแพทย์ ทางที่ดีควรตรวจสุขภาพ และตรวจเลือดทุกปี เพื่อตรวจว่ายังมีวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอับเสบบีอยู่ในร่างกายหรือไม่

8. พบผู้ป่วยที่เป็นโรคไวรัสตับอับเสบบีน้อยลงเรื่อยๆ จนยอดผู้ป่วยปัจจุบันเหลืออยู่แค่ 1-3% เท่านั้น จากการที่คนไทยได้รับวัคซีนป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบบีกันตั้งแต่เด็กๆ เพราะฉะนั้นโรคนี้ไม่ได้พบบ่อยอย่างที่ใครหลายๆ คนคิด

เพราะฉะนั้นโรคไวรัสตับอับเสบบีก็ไม่ได้น่ากลัว หรือน่ารังเกียจ ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษอย่างที่ใครหลายคนคิดแล้วนะคะ แต่ทางที่ดีหมั่นตรวจสุขภาพอยู่เป็นประจำ และรับวัคซีนเพื่อป้องกันโรคตามที่แพทย์แนะนำ ก็เป็นทางออกที่ดีที่สุด เพื่อเพิ่มความปลอดภัย ความอุ่นใจให้แก่คุณและครอบครัวค่ะ

Cr.sanook.com