7 ความจริงเรื่องความสัมพันธ์ที่คู่รักควรรู้

299
SHARE

หากพูดถึงความสัมพันธ์ที่สมบูรณ์แบบ หลายคนคงจินตนาการถึงภาพหวานแหววในหนังรักโรแมนติก เช่น บทสนทนาที่เข้ากันได้ดี การเดินจับมือกันในสวนสาธารณะ การรับประทานอาหารเย็นท่ามกลางบรรยากาศสุดโรแมนติก คู่รักจูบและโอบกอดกันกลางถนน และท้ายที่สุดก็จบด้วยภาพของงานแต่งงาน

แต่แท้จริงแล้ว ภาพเหล่านี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างคนสองคน ฉากรักที่คุณเห็นในหนังไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด ดังนั้น ก่อนที่จินตนาการจะทำลายความสัมพันธ์ของคุณในโลกแห่งความเป็นจริง คุณควรอ่านบทความนี้ และเมื่อคุณอ่านจบ คุณจะเข้าใจและยอมรับความจริงของความสัมพันธ์และนั่นจะทำให้ความรักของคุณและคนรักแนบแน่น ไม่เสื่อมคลาย

1.ความสัมพันธ์ที่สมบูรณ์แบบไม่มีอยู่จริง

เรารู้ดีว่าบนโลกใบนี้ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ และความสัมพันธ์ก็เช่นกัน เพราะฉะนั้น หากคุณกำลังคิดถึงภาพคู่รักที่สบตากัน เกี่ยวก้อยจูงมือกัน แสดงว่าคุณไม่เข้าใจความสัมพันธ์ที่แท้จริง เพราะความสัมพันธ์ที่สมบูรณ์แบบนั้นไม่มีอยู่จริง

เมื่อคุณทราบเช่นนี้แล้ว จงเข้าใจใหม่ว่าการใช้เวลาอยู่ด้วยกันของคู่รักกันไม่จำเป็นต้องมีความสุข 100% คุณอาจเห็นข้อเสียของอีกฝ่าย เช่น นอนกรน กินจุ ขี้บ่น หรือตื่นสาย นอกจากนี้ คุณอาจมีปัญหาหรือทะเลาะกันบ้าง แต่สิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณรู้จักและยอมรับความเป็นตัวตนของคนรักมากยิ่งขึ้น และทำให้คุณเรียนรู้ และปรับตัวเข้าหากันมากขึ้น

2.ความรักต้องการการดูแลเอาใจใส่

ผู้คนส่วนใหญ่เชื่อว่าหากเราพบเจอกับความรักแล้ว ชีวิตจะมีแต่ความสุข และความรักจะคงอยู่นิรันดร์ แต่ความเข้าใจนี้ผิดมหันต์ ซึ่งคุณสามารถเห็นได้จากตัวอย่างของคู่แต่งงานที่หย่าร้างกัน และหนึ่งในสาเหตุของปัญหานี้ ก็คือ พวกเขามีพฤติกรรมเปลี่ยนไป เช่น ไม่สนใจดูแล และไม่เอาใจใส่ซึ่งกันและกันเหมือนเคย การกระทำเช่นนี้ทำให้ความรักจืดจางไป และท้ายที่สุดเส้นทางความรักของพวกเขาก็ถึงทางตัน

ความรักเปรียบเสมือนต้นไม้ ต้นไม้ต้องการการดูแลฉันใด ความรักก็ต้องการคนดูแลฉันนั้น กล่าวคือ หากเราไม่รดน้ำ พรวนดิน หรือใส่ปุ๋ยให้ต้นไม้อย่างสม่ำเสมอ ต้นไม้ก็จะแคระแกร็น ซีดเซียว และแห้งตายไปในที่สุด เช่นเดียวกับคนรักของคุณ หากไม่ได้รับการเอาอกเอาใจ ดูแลเอาใจใส่ คนรักของคุณก็จะไม่มีชีวิตชีวา หดหู่ รู้สึกถึงความไม่มีคุณค่า และทำให้เกิดการเลิกราตามมา

3.ความสำเร็จเกิดขึ้นจากการช่วยเหลือเกื้อกูล และสนับสนุนซึ่งกันและกัน

คุณคงเคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า “ผู้ชายสามารถประสบความสำเร็จได้ เพราะมีผู้หญิงให้การสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง” คำกล่าวนี้เป็นเรื่องจริง เพราะทุกๆความสำเร็จไม่ได้ขึ้นอยู่กับฝ่ายชายเพียงฝ่ายเดียว แต่ฝ่ายหญิงก็มีส่วนสำคัญเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ฝ่ายหญิงอาจให้กำลังใจ ปรนนิบัติดูแล หรือแบ่งเบาภาระงานต่างๆในบ้าน ซึ่งสิ่งนี้ทำให้ฝ่ายชายไม่ต้องคอยกังวลเรื่องเล็กน้อย หรือเรื่องจุกจิกที่อาจรบกวนสมาธิในการทำงาน กล่าวได้ว่า ทั้งสองฝ่ายสามารถช่วยเหลือเกื้อกูล และสนับสนุนซึ่งกันและกันได้

นอกจากนี้ หากอีกฝ่ายทำสิ่งที่ดีๆให้ คุณก็ควรแสดงออกถึงการขอบคุณ หรือแสดงความซาบซึ้งใจ เพราะนั่นจะทำให้อีกฝ่ายรู้สึกดี และอยากทำสิ่งต่างๆให้คุณเสมอ

4.ความซื่อสัตย์เป็นสิ่งสำคัญ

บนเส้นทางแห่งความรัก อาจมีบ้างที่คุณหรือคนรักไขว้เขว หรืออกนอกลู่นอกทางไปบ้าง เพราะคุณทั้งคู่ต่างก็เป็นมนุษย์ที่มีชีวิต จิตใจ และอารมณ์ความรู้สึกเหมือนกัน เมื่อเห็นคนอื่นที่หน้าตาดี หรือน่าดึงดูด ก็ไม่แปลกที่คุณหรือเขาจะมองหรือเข้าไปทำความรู้จัก แต่หากคุณและคนรักตกลงปลงใจที่จะใช้ชีวิตร่วมกัน และเลือกอีกฝ่ายมาเป็นคู่ชีวิตแล้ว ก็แสดงว่าเขาหรือเธอคือส่วนที่เติมเต็มชีวิตที่ขาดหายไปของคุณ

ดังนั้น คุณควรปฏิบัติต่อคนรักของคุณอย่างให้เกียรติ จริงใจ ไม่โกหก และไม่นอกใจ แต่หากคุณมีแนวโน้มที่จะมีพฤติกรรมไม่เหมาะสม จงหักห้ามใจ และมองในมุมกลับว่า หากคนรักของคุณทำเช่นนี้กับคุณบ้าง คุณจะเสียใจเพียงใด

5.การปรับเปลี่ยนเรื่องเซ็กส์ทำให้ชีวิตรักของคุณสดใส

เซ็กส์ในช่วงแรกๆของคู่รักข้าวใหม่ปลามันย่อมเร่าร้อน และเต็มไปด้วยแรงปรารถนาที่มีต่อกัน แต่เมื่อวันเวลาผ่านไป คุณและคนรักอาจรู้สึกเบื่อหน่ายกับเซ็กส์ในรูปแบบเดิมๆ ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาด้านความสัมพันธ์ตามมา

ดังนั้น เพื่อประคับประคองความรักของคุณทั้งคู่ การปรับเปลี่ยนรูปแบบเซ็กส์จึงเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งนี้ คุณหรือคนรักอาจค้นหาวิธีการหรือทดลองเทคนิคใหม่ๆ ที่จะทำให้เซ็กส์มีความแปลกใหม่ และตื่นเต้นเร้าใจ สิ่งนี้ช่วยทำให้ชีวิตรักของคุณสดใส และมีชีวิตชีวามากขึ้น

6.ช่วงเวลาแห่งความทุกข์เป็นบทพิสูจน์ที่ดี

คู่รักทุกคู่ย่อมพบเจอกับความสุขและความทุกข์ แต่ความแตกต่างระหว่างคู่รักที่มีความสุขกับคู่รักที่ไม่มีความสุข คือ วิธีการรับมือกับปัญหาหรือสิ่งเลวร้ายที่เกิดขึ้น หากคุณหรือคนรักพบเจอกับช่วงเวลาอันยากลำบาก และมี 2 ทางให้คุณเลือก คุณจะเลือกเดินบนเส้นทางใด ระหว่างเส้นทางแรก คือ เดินออกมาจากปัญหานั้นๆ และจบความสัมพันธ์ลง กับอีกเส้นทาง คือ ให้กำลังใจอีกฝ่าย และร่วมเดินทางฝ่าฝันอุปสรรคเหล่านั้นไปพร้อมๆกัน

หากคุณเลือกเส้นทางที่ 2 คุณจะได้พบกับความสัมพันธ์ที่มั่นคง และยั่งยืน เพราะช่วงเวลาแห่งความทุกข์ถือเป็นบทพิสูจน์ว่าคุณพร้อมที่จะร่วมทุกข์ร่วมสุข และยืนเคียงข้างคนรักของคุณไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

7.ประสบการณ์ในอดีตมีผลต่อความสัมพันธ์ในอนาคต

หลายคนทำลายความสัมพันธ์ในปัจจุบันด้วยเรื่องราวที่เกิดขึ้นในอดีต เช่น การขุดคุ้ยเรื่องราวคนรักเก่า การยึดติดกับความรู้สึก หรือปัญหาเดิมๆที่เคยเจอ สิ่งเหล่านี้เป็นศัตรูของความสัมพันธ์ที่ดี

ดังนั้น คุณไม่ควรปล่อยให้เรื่องราวในอดีตมีอิทธิพลหรือส่งผลกระทบต่อความรักของคุณ ทั้งนี้ หากคุณไม่สามารถลืมประสบการณ์อันเลวร้ายในอดีตได้ จงใช้มันเป็นบทเรียน เพื่อที่คุณจะได้ไม่ทำผิดพลาดเหมือนในอดีตที่ผ่านมา

Cr. learninghubthailand.com