4 สิ่งที่คนรักน้องหมาต้องรู้ เมื่อคิดจะช่วยน้องหมาถูกรถชน

515
SHARE
VAN'IN OZALP ILCESI'NDE BIR OTOMOBILIN CARPTIGI KOPEK YAVRUSU YOLA SAVRULDU. KAZA SONRASI BASKA BIR KOPEK, YARALI OLARAK YOLUN ORTASINDA YATAN MINIK KOPEGIN YANINA GELEREK AYAKLARINI YARALI KOPEGIN BASINA BIRAKARAK DAKIKALARCA BEKLEDI. YARALI KOPEGI YOLDAN GECEN BIR VATANDAS KUCAGINA ALARAK BELEDIYE VETERINERINE GOTURUP TEDAVI ETTIRDI. (FOTO: MURAT CAGLAR / VAN-DHA)

หลายคนคงเคยติดตามเรื่องราวของคนใจบุญที่ช่วยเหลือน้องหมาที่ได้รับอุบัติเหตุ หรือเจ็บป่วยอยู่ข้างถนนไปดูแลใช่ไหม บางคนลงทุนถึงขั้นจอดรถขวางถนนเพื่อช่วยเหลือน้องหมาที่ถูกรถชน … เห็นเรื่องราวเหล่านี้แล้วเราก็รู้สึกอิ่มใจที่ยังมีคนที่มีจิตใจเมตตาแบบนี้อยู่ในสังคม บางคนถึงขั้นคิดเอาไว้ว่าหากมีโอกาส หรือหากเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นต่อหน้าต่อตาก็คิดว่าอยากจะช่วยเหลือน้องหมาที่โชคร้ายเหล่านี้ … แต่ในความเป็นจริง เมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นต่อหน้าต่อตา หรือเราไปประสบพบเจอน้องหมาที่นอนหายใจรวยรินอยู่ เราก็อาจจะตกใจทำอะไรไม่ถูก ไม่รู้ว่าควรจะเริ่มต้นช่วยยังไง โทรหาเจ้าหน้าที่กู้ภัยก็โทรไม่ติด  … วันนี้ มีขั้นตอนในการช่วยน้องหมามาบอกกัน

นำน้องหมาออกจากจุดอันตราย

ตั้งสติให้ดีนะ อย่าเพิ่งกรีดร้องโวยวาย … ถ้าพบว่าน้องหมาอยู่ในจุดที่เสี่ยงต่ออันตรายที่จะเกิดซ้ำ เช่น กลางถนน ให้รีบพาน้องหมาออกจากจุดนั้น โดยถ้าต้องจอดรถช่วยน้องหมาควรเปิดไฟฉุกเฉิน และถ้ามีเพื่อนไปด้วยควรให้เพื่อคอยให้สัญญาณรถที่ตามมาด้านหลังเพื่อให้ระวังไม่ให้เกิดอุบัติเหตุซ้ำ ในการช่วยน้องหมาจะต้องระวังน้องหมากัดด้วยนะ เพราะเขาอยู่ในสภาพที่ได้รับบาดเจ็บ เขาอาจจะหวาดกลัว ระแวงทำให้อาจทำร้ายเราได้ ดังนั้นรีบหาผ้ามามัดปากน้องหมาเอาไว้จะเป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด

เช็กว่าน้องหมายังหายใจและหัวใจยังเต้นอยู่หรือไม่

เมื่ออยู่ในที่ปลอดภัยแล้วให้ลองเช็คดูว่าน้องหมายังหายใจอยู่หรือเปล่า โดยให้ดูการเคลื่อนไหวบริเวณหน้าออกของน้องปกติสุนัขจะหายใจ 20 – 30 ครั้งต่อนาที ส่วนการเต้นของหัวใจให้ลองใช้ฝ่ามือหรือปลายนิ้ววางสัมผัสที่ตำแหน่งหัวใจของน้องหมาจะอยู่บริเวณช่องอกด้านซ้าย หากเราจับขาซ้ายแล้วทำการงอข้อศอก ตำแหน่งที่ข้อศอกมาแตะกับผนังช่องอกด้านซ้ายพอดี จะเป็นที่อยู่ของหัวใจน้องหมา (ประมาณช่องว่างระหว่างซี่โครงที่ 4-6)จากนั้นเช็กความถี่ในการเต้นของหัวใจ ปกติสุนัขพันธุ์ใหญ่หัวใจจะเต้น 50 – 90 ครั้งต่อนาที แต่ถ้าเป็นสุนัขพันธุ์เล็กหัวใจอาจจะเต้น 150 ครั้งต่อนาที … ถ้าหากพบว่าน้องหมาหยุดหายใจหรือหัวใจหยุดเต้น ให้ปฐมพยาบาลตามขั้นตอนในบทความ “กู้ชีพน้องหมาด้วยมือเปล่า ” ในข้อ 5 และ ข้อ 6 เลย

พาน้องหมาส่งโรงพยาบาลสัตว์ที่ใกล้ที่สุด

หากมีรถส่วนตัวนำผ้าหรือกระดาษหนังสือพิมพ์ปูก่อนค่อยนำน้องหมาขึ้นรถ แต่ถ้าหากไม่มีรถส่วนตัวอาจใช้วิธีเรียกรถรับจ้างก็ได้ หรืออาจขอความช่วยเหลือจากคนที่อยู่บริเวณนั้นเพื่อถามหาโรงพยาบาลสัตว์ที่ใกล้ที่สุด … เมื่อถึงโรงพยาบาลสัตว์แล้วให้แจ้งอาการของน้องหมาและรับเป็นเจ้าของเคสไปก่อน โดยควรถามรายละเอียดอาการบาดเจ็บของน้องหมาให้ละเอียด รวมไปถึงแนวทางการรักษาด้วย จะได้ประมาณการได้ว่าเราควรจะจัดการยังไงกับน้องหมาต่อไป หากประเมินแล้วว่าค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูงเกินที่เราจะสามารถรับผิดชอบได้ทั้งหมด การขอระดมทุนจากเพื่อน ๆ คนรักน้องหมาที่มีจิตเมตตาเป็นทางออกที่ดีนะคะ แต่เราจะต้องทำอย่างโปรงใส่ โดยต้องเก็บใบเสร็จค่ารักษาพยาบาลเอาไว้เสมอ หากระดมทุนผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียควรมีการถ่ายรูปการรักษาน้องหมาและอัพเดทค่าใช้จ่ายอย่างสม่ำเสมอ

วางแผนการรับเลี้ยงน้องหมา รับเลี้ยงน้องหมาไว้เอง หรือหาครอบครัวอุปการะ

เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุดที่เมื่อช่วยน้องหมามาแล้ว เราจะต้องวางแผนว่าจะดูแลน้องหมาอย่างไรต่อไป การช่วยน้องหมาที่บาดเจ็บมารักษาจนหายแล้วนำเขากลับไปอยู่ที่เดิมนั่นถือว่าไม่ช่วยแก้ปัญหาเพราะน้องหมาก็มีความเสี่ยงที่จะได้รับอุบัติเหตุซ้ำอีก ดังนั้นการหาบ้านที่ถาวรให้กับน้องหมาจึงเป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุด … ทีนี้สิ่งที่เราต้องตั้งคำถามกับตัวเองคือ “เราพร้อมที่จะรับเลี้ยงเขาหรือไม่” เราช่วยเหลือเขาให้พ้นจากความเจ็บปวดเพราะความสงสาร แต่ในระยะยาวเมื่อเขาหายแล้วเขาควรมีบ้านและมีเจ้าของดูแลให้ความรัก เราควรพิจารณาจากบริบทรอบตัวเราว่าเรามีความพร้อมแค่ไหน โดยสิ่งที่ต้องคำนึงถึงก็คือ….

– สถานที่อยู่อาศัยพร้อมหรือไม่? … บ้านของเรามีความพร้อมที่จะต้อนรับสมาชิกใหม่มากน้อยแค่ไหน มีพื้นที่เพียงพอให้เขาได้อยู่อาศัยหรือไม่ และสมาชิกในครอบครัวจะยินดีหรือไม่หากมีสมาชิกใหม่เข้ามาอยู่ในบ้าน เหล่านี้เป็นสิ่งที่ผู้เลี้ยงจะต้องหาคำตอบได้ให้ เพราะหากใช้ความสงสารเป็นหลัก แต่ไม่ทำความเข้าใจกับครอบครัวก็อาจมีปัญหาอื่น ๆ ตามมา เช่น นำน้องหมาเข้ามาอยู่ที่บ้านแล้ว แต่สมาชิกในครอบครัวไม่เห็นด้วยเพราะคิดว่าเป็นภาระจึงนำน้องหมากลับไปปล่อยทิ้งไว้ข้างถนนตามเดิม เป็นต้น

– พร้อมที่จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูหรือไม่? … การมีน้องหมาเพิ่มมาเป็นสมาชิกในครอบครัว แน่นอนว่าจะต้องมีค่าใช้จ่ายต่าง ๆ เพิ่มขึ้น เช่น ค่าอาหาร , ค่าตรวจสุขภาพรักษาพยาบาล , ค่าเสียหายหากน้องหมาหลุดไปสร้างความเสียหาย เป็นต้น เหล่านี้เป็นสิ่งที่เราต้องถามตัวเองว่าที่ความพร้อมมากแค่ไหนที่จะรับผิดชอบภาระดังกล่าวนี้ เพราะหากตัดสินใจเลี้ยงเขาแล้ว แต่ไม่มีความรับผิดชอบมากพอ สุดท้ายผู้ที่ต้องรับกรรมก็คือน้องหมาที่น่าสงสารนั่นเอง

– มีเวลาพอที่จะอยู่กับเขาหรือไม่? … เพราะน้องหมาที่เป็นหมาจรจัดไร้บ้านมาก่อนนั้น นอกจากปัญหาสุขภาพที่ติดตัวมาเนื่องจากไม่ได้รับการดูแลแล้ว พวกเขายังมีปัญหาพฤติกรรมบางอย่างที่ติดตัวมาด้วย เช่น หวาดระแวง , ตื่นกลัว , ก้าวร้าว หรือชอบหนีออกจากบ้าน ฯลฯ ปัญหาพฤติกรรมเหล่านี้ผู้เลี้ยงต้องอาศัยเวลา ความอดทน ความใกล้ชิด เพื่อสร้างความไว้ใจให้น้องหมารู้สึกปลอดภัย และสยบยอมที่จะทำตามคำสั่ง ซึ่งแน่นอนว่าต้องใช้เวลานานกว่าหมาบ้านที่เราเลี้ยงเขาตั้งแต่เด็ก ดังนั้นหากตัดสินใจจะรับเลี้ยงเขา ต้องพร้อมที่จะรับมือกับพฤติกรรมเหล่านี้ด้วย

– ให้ความรักกับเขาได้เต็มที่หรือไม่? … ด้วยรูปลักษณ์ของน้องหมาจรจัดไร้บ้าน พวกเขาไม่ได้มีน่าตาที่น่ารักอย่างน้องหมาสายพันธุ์ดี และบางตัวก็มีปัญหาด้านพฤติกรรม อาจสร้างปัญหาให้กับเจ้าของ เราจะผ่านปัญหาเหล่านี้ไปได้ก็ด้วยเราต้องมั่นใจว่าเรามีความรักในตัวของน้องหมามากพอ รักมากพอที่จะอดทน ทำความเข้าใจ ปรับตัวเข้าหาเขาเพื่อที่จะให้เขาวางใจให้เราใกล้ชิดและเห็นว่าเราเป็นเจ้าของ
แต่ถ้าหากเราลองพิจารณาดูคุณสมบัติของตัวเองแล้วว่าเราไม่มีความพร้อมพอ การหาครอบครัวผู้ใจดีมีเมตตาและมีความพร้อมมาอุปการะก็เป็นทางเลือกที่ดีกว่า … โดยเราอาจจะเริ่มสอบถามจากคนรักน้องหมาที่อยู่ใกล้ตัวเราก่อนก็ได้ค่ะ ลองเล่าเรื่องราวของน้องหมาให้เขาฟังและบอกถึงเหตุผลที่เราไม่สามารถรับน้องหมาเอาไว้เลี้ยงเองได้ หรืออาจใช้วิธีประกาศหาบ้านผ่านช่องทางโซเชียลเน็ตเวิร์กซึ่งในปัจจุบันมีกลุ่มคนรักน้องหมามากมายที่ใช้สื่อโซเชียลเน็ตเวิร์ค วิธีนี้ก็จะช่วยกระจายข่าวการหาบ้านให้น้องหมาได้ง่ายขึ้นค่ะ และถ้าหากเราอยากช่วยเหลือน้องหมาจริง ๆ แต่ไม่สามารถเลี้ยงเขาได้ ก็อาจจะใช้วิธีช่วยค่าเลี้ยงดูน้องหมาแก่ผู้ที่รับอุปการะไปก็ได้

การช่วยเหลือหนึ่งชีวิตให้รอดพ้นจากความตายเป็นเรื่องที่ดีนะคะ แต่สิ่งที่เราจะต้องตระหนักไว้เสมอก็คือเรื่องของความรับผิดชอบ เราเอื้อมมื้อเข้าไปช่วยเหลือเขานั่นเท่ากับชีวิตเขาจะเป็นตายร้ายดีก็ขึ้นอยู่กับเราแล้ว ดังนั้นเมื่อช่วยให้เขารอดพ้นจากความตายแล้วก็ควรจะต้องช่วยให้เขาได้มีที่อยู่อาศัยที่ปลอดภัยและมีผู้ดูแลด้วย … การช่วยเหลือน้องหมาหนึ่งตัวเราจำเป็นที่จะต้องรู้วิธีการจัดการอย่างถูกวิธี ไม่ใช่ช่วยเพียงแค่ความสงสารอย่างเดียวเพราะถ้าเป็นเช่นนั้นจุดจบท้ายที่สุดของน้องหมาผู้โชคร้ายอาจจะกลายเป็นการถูกนำไปทิ้งไว้หน้าโรงพยาบาลสัตว์ก็เป็นได้

Cr. dogilike.com