4 สายพันธุ์น้องหมาแห่งอลาสก้า กับภารกิจช่วยเหลือชีวิตมนุษย์

152
SHARE

วันนี้ จะพาทุกคนไปเที่ยวในดินแดนที่มีภูมิประเทศสวยงาม อากาศหนาวเย็น และเต็มไปด้วยสัตว์ป่า นั่นก็คือรัฐ “อลาสก้า (Alaska)” ในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่ที่เป็นต้นกำเนิดของน้องหมาหลากหลายพันธุ์ และสำหรับที่อลาสก้าน้องหมาเป็นมากกว่าสัตว์เลี้ยง เพราะพวกเขาเป็นผู้พิทักษ์ชีวิตผู้คน คอยให้ความช่วยเหลือ และเป็นเพื่อนที่ซื่อสัตย์ให้กับทุกคน

วันนี้สายป่านจะพาทุกคนไปดูชีวิตความเป็นอยู่ของน้องหมาในอลาสก้ากัน จะมีสายพันธุ์อะไรบ้าง และหน้าที่ของแต่ละสายพันธุ์คืออะไร ตามมาดูกัน

คาริเลียน (Karelian Bear Dog)  สุนัขไล่หมีและกวางแสนซื่อสัตย์

สุนัขพันธุ์ คาลิเลียน (Karelian Bear Dog) มีต้นกำเนิดมาจากประเทศฟินแลนด์ เป็นสุนัขที่มีลำตัวที่หนาใหญ่ แข็งแรง และหางยาว ในอดีต สุนัขคาริเลียน เป็นสุนัขคู่ใจของชนเผ่าไวกิ้ง และ ในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง คาริเลียนถูกใช้เป็นสุนัขสอดแนม คอยดูศัตรูที่แอบซุ่มตัวอยู่ตามที่ต่าง ๆ  ทุกวันนี้สุนัขพันธุ์คาริเลียน คือสุนัขพิทักษ์อันตรายที่แข็งแกร่ง พวกเขามีพละกำลังมหาศาล มีสัญชาตญาณกล้าหาญ ไม่หวาดกลัว และซื่อสัตย์ พวกเขาสามารถเสียสละชีวิตของตัวเองเพื่อปกป้องเจ้านายอย่างสุดกำลัง และถึงแม้จะมีน้ำหนักเพียง 20-30 กิโลกรัม แต่พวกเขาก็ไม่หวาดหวั่นในการเผชิญหน้ากับหมียักษ์ที่มีน้ำหนักมากกว่า 180 กิโลกรัม

เมื่อมนุษย์ขยายเขตชุมชนเข้ามาในพื้นที่ของหมีมากขึ้น หมีกริซลี่ กับหมีดำ ก็นับเป็นภัยอันตรายที่ใหญ่หลวง ในช่วงฤดูร้อน หน้าที่หลักของสุนัขพันธุ์คาริเลียนคือปกป้องเจ้านายจากพวกหมี แต่ในฤดูหนาว เมื่อบรรดาหมีจำศีล หน้าที่หลักของสุนัขคาริเลียน คือคอยระวังไม่ให้กวางมูสเข้ามาใกล้บริเวณบ้าน เนื่องจากที่อลาสก้า กวางมูสเป็นอันตรายมากพอ ๆ กับหมี ในแต่ละปี จะมีคนจำนวน 5 ถึง 10 คน ที่ถูกฆ่าโดยกวางมูส เทียบกันแล้วกลับมีจำนวนมากกว่าคนที่ถูกหมีฆ่าเสียอีก สุนัขพันธุ์คาริเลียนที่สืบเชื้อสายมาจากสุนัขล่าเนื้อ จึงเป็นสายพันธุ์สุนัขที่ชาวอลาสก้าไว้ใจในการไล่หมีและกวาง ชาวอลาสก้ามักจะฝึกฝนลูกคาริเลียน ให้คุ้นเคยกับกลิ่นของหมีและกวางโดยการใช้เศษหนังของหมีและเลือดของกวางมูสในการฝึกฝน

อลาสกัน มาลามิวท์ (Alaskan Malamute) สุนัขลากเลื่อนผู้แข็งแกร็ง

ในพื้นที่ที่ห่างไกลของอลาสก้า มีสุนัขสายพันธุ์หนึ่งที่ได้รับบทบาทที่ไม่เหมือนใคร สุนัขสายพันธุ์นี้สืบเชื้อสายมาจากหมาป่า และพวกเขาสามารถอยู่รอดได้ในสภาพอากาศหนาวจัดของอลาสก้าได้เป็นอย่างดี นั่นก็คือ อลาสกัน มาลามิวท์ (Alaskan Malamute) นั่นเอง อลาสกัน มาลามิวท์ เป็นสุนัขที่ถูกใช้งานเพื่อการเดินทางของมนุษย์มาช้านาน และเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นักเดินทางอยู่รอดได้ในการเดินทาง ในอดีตสุนัขอลาสกันเคยเป็นส่วนหนึ่งในการเดินทางครั้งสำคัญของบุรุษในตำนานชื่อ Ernest Leffingwell ซึ่งเป็นนักธรณีวิทยาที่ได้ทำการออกสำรวจพื้นที่ชายฝั่งส่วนเหนือของทวีปอาร์กติก เขาได้สำรวจพื้นที่กว่า 4500 ไมล์ โดยมีฝูงสุนัข อลาสกัน มาลามิวท์เป็นเพื่อนคู่ใจ

สุนัขพันธุ์ อลาสกัน มาลามิวท์ มักถูกใช้ในการลากเลื่อน เพราะพวกเขามีลำตัวที่ใหญ่ หนา และขาที่สั้นแต่แข็งแรงมาก อลาสกัน มาลามิวท์ ชอบอยู่กลางหิมะ แม้อุณภูมิที่อลาสก้า จะติดลบได้มากถึง 50 องศา แต่สุนัขพันธุ์อลาสกัน มาลามิวท์นั้นสามารถอยู่รอดจากความหนาวเย็นขนาดนี้ได้อย่างสบายๆเพราะพวกเขามีกลุ่มขนหนาทำหน้าที่คล้ายเสื้อกันหนาวที่คอยปกป้องพวกเขาจากหิมะและสายลม ภายใต้กลุ่มขนของเขาก็ยังเป็นกลุ่มขนอีกชั้นหนึ่งที่ทำหน้าที่กักเก็บความอบอุ่นอีกด้วย
โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ (Golden Retriever) และ ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ (Labrador Retriever) สุนัขกู้ภัยแสนน่ารัก

ถึงแม้จะไม่ใช่น้องหมาที่มีถิ่นกำเนิดในแถบอลาสก้า แต่ในพื้นที่อลาสก้า สุนัขสายพันธุ์ รีทรีฟเวอร์ ทั้ง โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ และ ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ ได้รับบทบาทที่สำคัญที่สุด นั่นคือการกู้ภัยโดยการดมกลิ่นเพื่อแกะรอยหาผู้คนที่สูญหายไปตามแม่น้ำ ทะเลสาบธารน้ำแข็ง หรือใต้หิมะหนา เนื่องจากอลาสก้าเป็นรัฐที่มีพื้นที่ใหญ่มาก หากหลงทาง น้อยคนนักที่จะได้กลับมา และทุก ๆ ปี มีคนไม่น้อยกว่า 3000 คนได้หายตัวไป นับว่าเป็นพื้นที่ที่มีคนสูญหายมากที่สุดในสหรัฐอเมริกา สุนัขพันธุ์โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ และ ลาบราดอร์รีทรีฟเวอร์ในอลาสก้าจึงมักถูกฝึกให้ช่วยเหลือผู้คนที่ติดอยู่ใต้หิมะและทะเลสาบธารน้ำแข็ง โดยจะตรวจหาตามผิวน้ำและผิวหิมะ เพราะว่าเป็นบริเวณที่กลิ่นของคนจะลอยขึ้นมา 

ในอลาสก้า จะมีลูกสุนัขพันธุ์รีทรีฟเวอร์ถูกคัดเลือกเพื่อนำมาเข้ารับการฝึกสำหรับกู้ภัยอยู่เสมอ เพราะ ลูกสุนัขในตระกูลรีทรีฟเวอร์จะมีลักษณะพิเศษ คือ หัวไว และมีประสาทรับกลิ่นที่ทรงพลัง อีกทั้งโกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ยังมีความสามารถเฉพาะตัวที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ในการกู้ภัย นั่นก็คือความกระตือรือร้นที่จะเล่นสนุกอยู่ตลอดเวลา ความขี้เล่นของพวกเขานั้นสำคัญต่อการกู้ภัยมาก เพราะว่าพวกเขามักจะมองการค้นหาและกู้ภัยว่าเป็นเกมที่น่าสนุก แม้จะเป็นงานที่ยากลำบากแต่พวกเขาก็รู้สึกสนุกและอยากทำ โดยปกติแล้วเมื่อทำการกู้ภัย เมื่อสุนัขรีทรีฟเวอร์มาถึงจุดที่ส่งกลิ่นแรง พวกเขาจะเริ่มส่งสัญณาณโดยการขุด ถ้าใช้ขาแค่ข้างเดียวนั้นหมายความว่ากำลังทำการตรวจสอบพื้นที่บริเวณนั้นอยู่ แต่ถ้าขุดด้วยสองขา ผู้คุมก็จะรู้ว่ามีอะไรบางอย่าง และก็จะพากันไปตรวจสอบทันที

ไซบีเรียน ฮัสกี้ (Siberian Husky ) นักวิ่งลมกรด

ไซบีเรียน ฮัสกี้ (Siberian Husky) นั้นเปรียบเสมือนเครื่องจักรกลแห่งความเร็ว ในอดีตไซบีเรียน ฮัสกี้เป็นสุนัขที่ใช้ขนส่งสิ่งของระหว่างเมืองต่าง ๆ ในอลาสก้า แต่ทุกวันนี้ในอลาสก้ามีเครื่องยนตร์เข้ามาแทนการใช้สุนัขลากเลื่อน ชาวอลาสก้าส่วนใหญ่จึงมักเลี้ยงไซบีเรียน ฮัสกี้ ไว้เพื่อแข่งความเร็วโดยเฉพาะ เพราะไซบีเรียน ฮัสกี้ สามารถวิ่งได้เร็วมากและมีโครงสร้างที่ถูกออกแบบมาสำหรับการลากและวิ่งโดยเฉพาะ การแข่งขันที่ได้รับความสนใจจากคนในชุมชนและนักท่องเที่ยวมากที่สุดคือการแข่งขันวิ่งลากเลื่อนระยะใกล้ ซึ่งเป็นการแข่งขันระหว่างหมู่บ้านต่าง ๆ ในอลาสก้า

การแข่งขันวิ่งลากเลื่อนระยะใกล้นั้นจัดขึ้นทุกปีเพื่อเป็นการระลึกถึงวีรกรรมอันกล้าหาญของสุนัขพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้สีดำที่ชื่อว่า Balto ในอดีต Balto ช่วยผู้คนนับร้อยให้รอดพ้นจากโรคระบาด โดยการนำทีมสุนัขขนส่งวิ่งฝ่าพายุหิมะไปยังเมืองที่อยู่ไกลออกไปกว่า 600 ไมล์ เพื่อนำยารักษากลับมา และสามารถช่วยชีวิตเด็กและผู้คนได้หลายร้อยชีวิต วีรกรรมในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสามารถพิเศษของพันธุ์ไซบีเรียน ฮัสกี้ นั่นก็คือความเร็วของพวกเขานั่นเอง

เป็นอย่างไรบ้างสำหรับสายพันธุ์สุนัขในอลาสก้า เรียกได้ว่าทั้งน่ารักและมีประโยชน์สุด ๆ เลยนะ ไม่ว่าจะคอยปกป้องมนุษย์จากภัยอันตราย เป็นพาหนะเดินทางให้มนุษย์ ช่วยชีวิตมนุษย์ และ เป็นเพื่อนที่ดีที่สุดให้มนุษย์ เรียกได้ว่า สุนัขนั้นเป็นส่วนหนึ่งของการดำรงชีวิตของคนในอลาสก้าจริง ๆ

Cr. dogilike.com