10 สิ่งที่เราไม่รู้ (แต่ควรรู้) ในการดูดไขมัน

389
SHARE

สาวๆ คนไหน ที่ไม่มีความมันใจในตัวเอง คิดว่า ตัวเองมีไขมันส่วนเกิน แล้วคิดอยากจะไปกำจัดไขมันส่วนเกินนั้นออก อย่าเพิ่งรีบร้อนตัดสินใจไป มาดูข้อควรรู้และเรื่องที่คุณอาจจะไม่เคยรู้มาก่อน ดีกว่ามั้ย

 1. การดูดไขมันไม่ใช่เป็นการลดน้ำหนัก อย่างแรกเลย การดูดไขมัน มีผลเฉพาะต่อบางพื้นที่บางจุดเท่านั้น โดยเฉพาะต้นขาและเอว (พุง) นอกจากนี้ ก่อนที่คุณจะตัดสินใจดูดไขมันส่วนเกินนั้น Dr.Dirk Lazarus ศัลยแพทย์พลาสติก แห่งเคปทาวน์ กล่าวว่า คุณควรมีค่าดัชนีมวลกาย (BMI)น้อยกว่า 30

  2. หาย…แต่เพิ่ม งงมั้ยคะ แน่นอว่า การดูดไขมัน อาจจะทำให้เซลล์ไขมันของคุณหายไป แต่ไขมันส่วนอื่นอาจจะเพิ่มมาแทน เพื่อทดแทนส่วนที่หายไป ผู้หญิงรูปร่างปกติ ที่ดูดไขมันที่ต้นขาและท้องน้อย จะมีไขมันในปริมาณที่เท่ากัน เพิ่มขึ้นที่บริเวณเอวส่วนบนช่วงไหล่ และต้นแขนส่วนไตรเซพ การเพิ่มของไขมัน เป็นภาวะการพิทักษ์การสะสมไขมันของร่างกาย

..นอกจากนี้ ภายหลังจากที่คุณดูดไขมันไปแล้ว คุณก็จะกลับไปบริโภคอาหารที่ให้พลังงานมากเกินกว่าที่ใช้ในแต่ละวัน ไขมันกลับมาพอกพูนในส่วนที่เซลล์ไม่ถูกทำลาย

3. เพิ่มที่อื่นแทน
 แม้ว่าคุณจะทำการดูดไขมันส่วนเกินออกไปแล้ว แน่นอนว่าไขมันจะไม่กลับเข้าไปสะสมอยู่ที่เดิมที่ถูกดูดออกมา เพราะการดูดไขมัน ได้ทำลายผนังเซลล์ในส่วนนั้น แต่ไขมันก็จะไปเพิ่มอยู่ส่วนอื่นแทนนั่นเอง

   4. นำไปเพิ่มที่อื่นได้ ไขมันที่ถูกดูดออกไป สามารถนำกลับมาฉีดกลับเข้าไปในอวัยวะส่วนอื่นๆ ได้ ตั้งแต่ริมฝีปากจรดอวัยวะเพศ…! นี่คือเรื่องจริง เนื่องจากไขมันที่ถูกดูดออกมา มันคือส่วนหนึ่งของร่างกาย จึงไม่มีโอกาสต่อต้านด้วยร่างกายของตนเอง และกระบวนการนี้ สามารถทำได้อย่างต่อเนื่อง และพร้อมกันกับการดูดไขมัน เพียงแค่ฉีดยาชาเพิ่มเท่านั้นเอง

  5. หญิงดีกว่าชาย ศัลยแพทย์พลาสติกจากเมือง เดอร์บัน ประเทศแอฟริกาใต้ ยังกล่าวอีกว่า การดูดไขมัน มักจะประสบผลสำเร็จ ในผู้หญิง มากกว่า ผู้ชาย เพราะไขมันที่สะสมอยู่ในร่างกายของเพศชายนั้น ดูดได้ยากกว่าและใช้เวลานานกว่า

  6. วิธีใหม่ ส่งตรงจากสปา วิธีนี้เรียกว่า Cryolipolysis (Cool culpting) ซึ่งเป็นการสลายไขมันด้วยความเย็น แต่วิธีนี้ ศัลยแพทย์ ยังมีข้อกังขาอยู่ว่า มีผลเป็นเพียงการสลายเฉพาะจุดเท่านั้น

  7. ใช้เทคโนโลยีต่าง ผลลัพท์ต่าง การดูดไขมันด้วยวิธี Ultrasonic-Assisted Liposucting (UAL หรือ การดูดไขมันด้วยอัลตร้าซาวด์) ซึ่งใช้การประยุกต์คลื่นเสียงความถี่สูงมาใช้ ด้วยการใช้สัญญาณเสียงส่งผ่านไปที่ปลายท่อยาว และทำให้เซลล์ไขมันแบบหนาแน่นเช่น ในส่วนหน้าอกและหลัง

..ส่วนการดูดไขมันด้วย Laser Lipolysis (การดูดไขมันด้วยเลเซอร์) ซึ่งเป็นการใช้แสงเลเซอร์ยิงเซลล์ไขมัน ที่ต้องการสลาย จนกลายเป็นน้ำมัน เมื่อไขมันสลายแล้ว ก็จะไหลออกทางเข็มทางเข้าของสายเลเซอร์

..ยังมีอีกหนึ่งวิธี นั่นก็คือ Tumescent Technique เป็นการดูดไขมันแบบฉีดสารละลายระหว่างยาชา และยา Epinephrineเป็นวิธีที่มีการพัฒนาอย่างยาวนาน แน่นอนว่า วิธีนี้นี่แหละค่ะ ที่คุณจะได้รับบาดเจ็บน้อยกว่า ผิวหนังที่ถูกดูดไขมันออกไปจะเรียบเนียน ไม่ค่อยมีร่องรอยให้เห็น เลือดออกน้อย แถมยังมีรอยเขียวช้ำน้อยกว่าอีกด้วยล่ะค่ะ

  8. ผลอยู่นานขึ้น ถ้าปฏิบัติตนถูกต้อง ระยะพักฟื้น ภายหลังจากที่ดูดไขมันจะสั้นหรือนานกว่าปกติ ขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง หากว่า คุณใช้ผ้ายืดรัดกระชับรูปทรง และลดความเร็วในการเคลื่อนไหว เพื่อไม่ให้เกิดแผลเป็น เกิดลิ่มเลือดและเลือดคั่งได้ นอกจากนี้ การรับประทานอาหาร ก็เป็นเรื่องจำเป็นที่ควรใส่ใจ ควรหันมาทานอาหารเพื่อสุขภาพ จะดีกว่า เวลาที่จะเห็นผลอย่างชัดเจนก็ราวๆ 6 เดือน นั่นคือระยะเวลาที่คุณจะต้องใส่ใจมากเป็นพิเศษเลยล่ะ

  9. อาจมีผลข้างเคียง หากการดูดไขมัน กระทำโดยผู้ด้อยประสบการณ์ ก็จะส่งผล ให้เกิดอันตรายกันคนไข้ได้ อย่างเช่น การเกิดรอยไหม้ของไขมัน จากการ UAL (Ultrasonic-Assisted Liposucting) การอุดตันของลิ่มเลือดที่ปอด และอาการช็อคที่เกิดจากการทดแทนน้ำที่ไม่เหมาะสม ภายหลังจากการดูดไขมัน

  10. อยู่ภายใต้การควบคุมของผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น Marella O’Reilly CEO ของ HPCSA (Health Professions Council of South Africa) องค์กรผู้ประกอบวิชาชีพสาธารณสุข กล่าวว่า การดูดไขมันต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ ภายใต้เงื่อนไขและสภาวะแวดล้อมที่เหมาะควรเท่านั้น

Cr.women.mthai.com