10 ข้อควรรู้ เกี่ยวกับการทำศัลยกรรมปากบาง ปากกระจับ

445
SHARE

ศัลยกรรมปากบาง ปากกระจับ เป็นการศัลยกรรมตกแต่งริมฝีปากให้ได้รูปกระจับสวยงาม ด้วยการผ่าตัดริมฝีปากเพื่อเอาหนังส่วนเกินออกแล้วเย็บริมฝีปากใหม่ให้สวยได้รูป เป็นการแก้ปัญหาริมฝีปากที่หนาผิดปกติให้บางลง ทำได้ทั้งริมฝีปากบนและล่าง โดยนิยมทำให้รูปปากบนเป็นรูปกระจับ หรือรูปทรงปีกนก ส่วนริมฝีปากล่างส่วนใหญ่นิยมผ่าตัดเอาเนื้อที่ห้อยดูไม่ได้สัดส่วนออกเพื่อให้รับกับปากบน

1ช่วงอายุที่เหมาะสม

  • 20 ปีขึ้นไป หรือขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์

2ผู้ที่เหมาะกับบริการนี้

  • บุคคลที่มีปัญหาเนื้อริมฝีปากบนหนาใหญ่ไม่ได้ส่วนรับกับรูปหน้า
  • บุคคลที่มีปัญหาเนื้อริมฝีปากล่างหนาห้อยไม่ได้ส่วนรับกับรูปปากบน

3ผู้ที่ไม่ควรรับบริการ

  • เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี ควรได้รับการยินยอมจากผู้ปกครองเสียก่อน หรือขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์
  • ผู้ที่กินยาต้านการแข็งตัวของเลือดอยู่ ควรแจ้งแพทย์ก่อนเข้ารับการรักษา
  • บุคคลที่มีประวัติเป็นโรคเลือดออกง่ายหรือหยุดยากผิดปกติ
  • บุคคลที่มีประวัติการรักษาโรคเบาหวาน เสี่ยงต่อการหายของบาลแผล ควรแจ้งแพทย์ก่อนเข้ารับการรักษา
  • กลุ่มบุคคลที่มีประวัติเสี่ยงต่อการติดเชื้ออย่างรุ่นแรงทางเลือด เช่น HIV
  • สตรีมีครรภ์หรืออยู่ในระหว่างการให้นมบุตร และสตรีที่รอผลการตั้งครรภ์
  • บุคคลที่มีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดแผลเป็นได้ง่าย เช่น Keloid

4ผลลัพธ์หลังทำปากบาง ปากกระจับ

  • ริมฝีปากบนได้รูปสวยเป็นทรงกระจับปีกนก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับสรีระเดิม เช่น ขอบปากด้านนอก ความหนาบางของริมฝีปากและตำแหน่งฟันบน
  • ริมฝีปากล่างมีขนาดเล็กลงไม่ห้อยได้รูปรับกับปากบน

5ขั้นตอนการทำหัตถการ

  1. แพทย์ทำการออกแบบรูปแบบปากและกำหนดจุด ขนาดหนังที่ต้องการตัดออก
  2. เชิญคนไข้ขึ้นนอนบนเตียงและทำการคลุมผ้าห่มและผ้ากันเปื้อนให้ตามลำดับ
  3. นำผ้าผ่าตัดมาคลุมที่หน้าคนไข้ให้เหลือเฉพาะบริเวณรอบริมฝีปากเท่านั้นและเช็ดด้วย Hilotane ในบริเวณที่ผ่าตัด
  4. ฉีดยาชาบริเวณริมฝีปากที่จะทำการผ่าตัด ทำการกรีดเปิดแผลเพื่อตัดหนังส่วนเกินออกให้เป็นรูปทรงที่ออกแบบไว้
  5. ทำการเย็บปิดบาดแผลในบริเวณที่กรีดด้วยไหมเส้นเล็กมาก เพื่อให้เห็นรอยเย็บน้อยที่สุด
  6. ทำการเช็ดทำความสะอาดคราบเบตาดีน คราบเลือด ออกในบริเวณที่ผ่าตัดอีกครั้งให้สะอาด

6ระยะเวลาในการทำหัตถการ

ประเภทยาระงับความรู้สึก ฉีดยาชา
ระยะเวลาในการให้บริการ 45 นาที – 1 ชั่วโมง
ระยะเวลาติดตามผล 5-7 วัน
ระยะเวลาฟื้นตัวหลังผ่าตัด 2-4 สัปดาห์
ระยะเวลาเห็นผล เห็นผลลัพธ์ทันที เข้ารูปภายใน 1 เดือน

*ทั้งนี้ผลลัพธ์และการฟื้นตัวขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

7ข้อควรปฏิบัติก่อนเข้ารับการผ่าตัด

  1. งดยาในกลุ่มที่จะมีผลต่อการหยุดไหลของเลือด เช่น แอสไพริน ก่อนเข้ารับการผ่าตัดอย่างน้อย 2 สัปดาห์ วิตามินและอาหารเสริมทุกชนิด เช่น วิตามินอี น้ำมันตับปลา เมล็ดองุ่น ใบแปะก๊วย โสม ก่อนเข้ารับการผ่าตัดอย่างน้อย 1 เดือน
  2. ในรายที่มีความเสี่ยงต่อระบบภูมิคุ้มกันบกพร่องและมีโรคประจำตัว จะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดปัญหาเรื่องแผลหายยากเสี่ยงต่อการติดเชื้อ รวมถึงประวัติแพ้ยา จำเป็นต้องแจ้งให้แพทย์ทราบก่อนทุกครั้งเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นได้
  3. งดสูบบุหรี่อย่างน้อย 4 สัปดาห์ ก่อนและหลังผ่าตัด เพราะสารที่อยู่ในบุหรี่จะทำลายเซลล์ที่จะซ่อมแซมบาดแผล  และทำให้เลือดที่จะมาหล่อเลี้ยงบริเวณผ่าตัดลดลง มีโอกาสทำให้ผิวหนังที่ผ่าตัดขาดเลือด หายช้า และเสี่ยงต่อการติดเชื้อ
  4. งดดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 4 สัปดาห์ ก่อนและหลังผ่าตัด
  5. เตรียมภาวะจิดใจให้พร้อม ควรทราบว่าหลังการผ่าตัดมีโอกาสเกิดรอยช้ำและมีความเปลี่ยนแปลง ซึ่งต้องใช้เวลาในการเข้าที่หรือเคยชินกับภาพลักษณ์ใหม่

8ข้อควรปฏิบัติหลังเข้ารับการผ่าตัด

  1. วันแรกหลังจากกลับบ้านไปควรนอนยกศีรษะให้สูงหลังการผ่าตัดจะช่วยให้ลดอาการบวมได้เร็วขึ้น
  2. ควรประคบเย็นที่บริเวณรอบริมฝีปาก ในช่วง 3 วันแรกหลังผ่าตัด เพื่อบรรเทาอาการบวมและความเย็นยังช่วยห้ามเลือดหลังการผ่าตัดด้วย
  3. หมั่นทำความสะอาดหรือบ้วนปากด้วยน้ำสะอาดบ่อย ๆ รักษาความสะอาดบริเวณริมฝีปากและช่องปากอยู่เสมอ  ด้วยการแปรงฟันอย่างเบามือ  หรือใช้น้ำเกลือแทนน้ำยาบ้วนปากเมื่อรับประทานอาหารเสร็จทุกครั้ง
  4. ในช่วง 1 สัปดาห์แรก ควรรับประทานอาหารอ่อน ๆ รสไม่จัด งดอาหารร้อนจัด ของหมักดอง อาหารทะเล งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และงดสูบบุหรี่ในช่วง 1 เดือน
  5. หมั่นดูแลรักษาแผลผ่าตัดให้สะอาดอยู่เสมอ ป้ายแผลโดยใช้ยาฆ่าเชื้อในรูปแบบของขี้ผึ้ง Ointment
  6. รับประทานยาแก้อักเสบและยาลดบวมตามที่แพทย์จัดให้ หากมีอาการปวดก็สามารถรับประทานยาแก้ปวดได้
  7. ริมฝีปากจะบวมมากที่สุดใน 3-5 วันแรก หลังจากนั้นจะค่อย ๆ ยุบลง อาจใช้เวลาถึง 2-4 สัปดาห์ ถึงจะยุบเป็นปกติ
  8. งดกิจกรรมที่ก่อให้เกิดการกระทบกระเทือนบริเวณริมฝีปากเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เช่น การพูดหรือหัวเราะมากจนเกินไป การสัมผัสจับริมฝีปาก การเคี้ยวอาหารที่มีความแข็งและเหนียว เป็นต้น
  9. หลังจากผ่าตัด 2 สัปดาห์ บาดแผลจะเริ่มเข้าที่และแห้งสนิท ถ้าเกิดแผลลักษณะนูน ๆ แข็ง ๆ ให้นวดปากโดยใช้นิ้วคลึงเบา ๆ บริเวณรอยแผลผ่าตัด เพื่อลดการดึงรั้งของบาดแผล หมั่นทา Lip มันที่ริมฝีปากเพื่อให้เกิดความชุ่มชื้นอยู่ตลอดเวลา

9ผลข้างเคียง

  • หลังผ่าตัดอาจเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ เช่น อาจบวม ช้ำ เขียว (หลังผ่าตัดให้ประคบเย็นเป็นเวลา 2-3 วัน) จะช่วยให้อาการดีขึ้นและหายเร็ว โดยสังเกตที่สีตามลำดับระยะหายตัว เขียว ม่วง เหลือง
  • อาจเกิดรอยแผลเป็น เช่น ผังผืดบริเวณแผลซึ่งจะมีลักษณะเป็นไตแข็ง ๆ (Keloid) ในบริเวณที่ผ่าตัด (ควรทายาและกินยาตามที่แพทย์สั่งอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันการเกิดแผลเป็น)
  • บางรายอาจมีอาการปวดระบมในบริเวณที่ผ่าตัดเล็กน้อย
  • อาจจับแล้วเป็นไตแข็ง ๆ ในบริเวณริมฝีปากที่ผ่าตัด หมั่นนวดบ่อยๆ เพื่อคลายความตึงและสลายไต อาการจะดีขึ้นภายใน 3-6 เดือน

10ข้อควรระวัง

  • พยายามอย่าไปแกะหรือจับแผลหรือให้แผลโดนสิ่งสกปรก เพราะอาจทำให้เกิดการติดเชื้อได้ หากมีอาการบวมแดงอักเสบผิดปกติหรือมีเลือดไหลออกมา ให้รีบเข้ามาพบแพทย์เพื่อตรวจดูอาการ
  • ห้ามไปซื้อยามารับประทานเอง เพราะอาจเกิดอาการที่รุนแรงขึ้นยิ่งกว่าเดิม

    CR.wonderful.in.th