ไขเรื่องลับ ๆ ของน้องหมาที่คุณอาจไม่เคยรู้มาก่อน

340
SHARE

โลกเรามีความลับอยู่มากมาย บางเรื่องก็ได้รับการพิสูจน์ไปแล้ว บางเรื่องก็ยังไม่ได้รับการพิสูจน์ ซึ่งเรื่องลับ ๆ เช่นนี้น้องหมาเขาก็มีเหมือนกัน หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมน้องหมาพันธุ์นี้ต้องมีรูปร่างอย่างนี้ด้วย หรือทำไมน้องหมาต้องแสดงพฤติกรรมอย่างนั้นด้วย วันนี้เราจะมาไขความลับคลี่ปมปัญหาที่หลายคนสงสัยกันอยู่ไปพร้อม ๆ กันครับ
ทำไมสุนัขพันธุ์คอร์กี้ (Corgi) ถึงไม่มีหาง
พอนึกถึงสุนัขพันธุ์เวลช์ คอกี้ (Welsh Corgi) ที่ไร ก็จะเห็นภาพสุนัขขาสั้นตัวหนึ่งที่เดินดุ่ม ๆ ก้นส่ายไปมา โดยที่ไม่มีหางมาบดบัง เราก็เลยจะได้เห็นก้นเย้ายวนชวนห้ามใจได้อย่างชัดเจนกว่าหมาพันธุ์ไหน ๆ จนหลายคนก็เลยเข้าใจไปว่าสุนัขพันธุ์นั้นไม่มีหาง แต่ความจริงแล้วคอร์กี้นั้นก็มีหางเหมือนกัน แต่หางนั้นสั้นมากเรียกว่า หางกุด เนื่องจากได้มีการตัดหางออกไป เรื่องมันมีอยู่ว่ากฎหมายในอังกฤษสมัยนั้น มีการจัดเก็บภาษีกับคนที่เลี้ยงสุนัขไว้ใช้งานตามความยาวของหาง (ใครเป็นคนคิดเนี่ย) ยุคสมัยก่อนก็เลยมีการตัดหางสุนัขให้เหลือเพียงไม่เกิน 2 นิ้ว โดยเฉพาะสุนัขแบบพันธุ์เพ็มโบรกก็จะมีหางสั้นกว่าพันธุ์คาร์ดิแกน ธรรมเนียมดังกล่าวยังได้รับความนิยมจนมาถึงปัจจุบัน ซึ่งก็ถือเป็นเอกลักษณ์ของสุนัขพันธุ์นี้ไปโดยปริยาย จนคนเข้าใจกว่าคอร์กี้ไปว่าสุนัขพันธุ์นี้ไม่มีหาง

 

ทำไมน้องหมาเพศผู้ต้องยกขาปล่อยปัสสาวะ

หลายคนอาจจะเคยเห็นน้องหมายกขาปล่อยปัสสาวะ ถ้าจะเรียกว่าเป็นท่าบังคับสำหรับน้องหมาเพศผู้เลยที่ก็ว่าได้ ซึ่งสาเหตุที่ทำเช่นนั้นเพราะว่า สุนัขต้องการปล่อยปัสสาวะให้สูงที่สุดเท่าที่มันจะทำได้ เพื่อให้สุนัขตัวอื่น ๆ สามารถรับกลิ่นได้ง่ายในระดับความสูงของจมูก ประมาณว่าคงไม่อยากให้เพื่อนต้องลำบากก้มหน้าลงดมกลิ่นที่พื้นบ่อย ๆ คงกลัวว่าเพื่อนจะปวดเมื้อยคอ ซึ่งการปล่อยปัสสาวะนอกจากจะเป็นการขับถ่ายปัสสาวออกมาแล้ว ยังเป็นการส่งสารบางอย่างระหว่างสุนัขด้วยกัน ภาษาลับ ๆ นี้มีสุนัขด้วยกันเองเท่านั้นที่เข้าใจ ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการประกาศอาณาเขตบ้าง บอกเพศบ้าง บอกอายุกันบ้าง ไปจนถึงบอกสัญญาณที่ต้องการจะท้าทายกันเลยก็มี ซึ่งเราก็มักจะเห็นน้องหมาผลัดกันมาปล่อยปัสสาวะประกาศศักดาในที่ที่เคยมีสุนัขตัวอื่นเคยปล่อยปัสสาวะทิ้งไว้มาก่อน

 

ทำไมสุนัขพันธุ์ชาเป่ย (Shar pei) ต้องหนังย่นขนาดนั้น
จะว่าไปสุนัขที่มีหนังย่นก็มีอยู่หลายพันธุ์ บางพันธุ์ก็หนังย่นแค่ที่ใบหน้า บางพันธุ์ก็หนังย่นทั่วทั้งตัว แต่ถ้าย่นระดับแพลตตินั่มเลยก็คงต้องยกให้เค้าตัวนี้ “สุนัขพันธุ์ชาเป่ย” นั้นเอง ซึ่งสาเหตุที่ต้องมีหนังที่ยับย่นก็เพราะว่า ในอดีตชาเป่ยถูกเพาะพันธุ์มาเพื่อการต่อสู้แข่งขันในเกมส์กีฬา เห็นหน้ามึน ๆ อย่างนี้ก็มีพละกำลังมากมายเลยที่เดียว กัดทีนี่เลือดสาดกระจาย การที่มีหนังพับย่นนั้นช่วยเป็นการกดห้ามเลือดได้ในตัวระดับหนึ่ง อีกทั้งทำให้คู่แข่งนั้นงับถูกจุดสำคัญได้ยาก เพราะงับที่ไรก็จะถูกแค่ที่ผิวหนัง จนกลายเป็นหมาพันธุ์หนึ่งที่ขึ้นชื่อให้เรื่องความอยู่ยงคงกะพันฟันแทงไม่เข้า เรื่องความยับย่นเช่นนี้เคยมีนักวิจัยเขานำไปศึกษามาว่า เกิดมาจากยีนกลายพันธุ์ที่ชื่อแฮสทู อารมณ์เหมือนเป็น X-men ในร่างสุนัข โดยยีนที่ชื่อแฮสทูนี้จะสร้างกรดไฮยารูโลนิคออกมามาก ทำให้ผิวหนังสุนัขเหี่ยวย่นต่างจากสุนัขที่ผิวหนังเรียบ ซึ่งลักษณะทางพันธุกรรมเช่นนี้เป็นการวิวัฒนาการเพื่อความอยู่รอด แต่ก็มีข้อเสียที่ทำให้เกิดโรคผิวหนังอักเสบจากรอยพับย่น (skin fold dermartitis) ได้ง่ายเช่นกัน

 

ทำไมน้องหมาต้องเอาอาหารไปฝัง
ย้อนไปในอดีตบรรพบุรษสุนัขอาศัยอยู่ในป่าและออกล่าสัตว์เป็นอาหาร ซึ่งเหยื่อที่ได้ก็อาจจะเป็นสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ ทำให้กินไม่หมดภายในมื้อเดียว แน่นอนว่าในป่าเช่นนี้อาหารดี ๆ คงมีไม่มากนัก การถนอมอาหารแบบฉบับน้องหมาจึงเกิดขึ้น สุนัขมักจะเอาอาหารส่วนที่เหลือไปเก็บไว้สำหรับการกินในมื้อต่อไป โดยขุดหลุมฝังไว้ พอหิวก็จะกลับไปขุดขึ้นมากินใหม่ แม้อาหารที่ฝังไว้จะกำลังเน่าแล้วก็ตาม สัญชาตญาณเช่นนี้ยังคงติดมาถึงสุนัขรุ่นปัจจุบัน หลายตัวมักมีพฤติกรรมฝังกระดูกหรือของเล่นที่ตัวเองชอบกัดแทะ นิสัยการนำอาหารกลับมาหรือนำไปเก็บไว้ก่อนที่จะกินเช่นนี้ ถือเป็นข้อดีที่คนนำมาให้เพาะพันธุ์สุนัขที่ช่วยสำหรับการล่าสัตว์ โดยจะวิ่งไปคาบเหยื่อแล้วนำกลับมาให้เจ้าของโดยที่มันไม่กินไปเสียก่อน

 

ทำไมสุนัขพันธุ์พุดเดิ้ล (Poodle) ต้องตัดขนทรงแฟชั่น

ถ้าจะพูดถึงสุนัขสายนางแบบที่เป็นผู้นำเทรนแฟชั่นของโลกแห่งหมามาอย่างยาวนานสม่ำเสมอ ก็คงจะต้องนึกถึงสุนัขพันธุ์พุดเดิ้ลอย่างแน่นนอน เพราะภาพสุนัขที่มีขนฟู ถูกตัดขนให้ออกมาเป็นทรงพุ่มกลมตามส่วนต่าง ๆ ของลำตัว มันติดตามาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งแรกเริ่มคนต้นคิดที่จะตัดขนทรงนี้นั้น ก็ไม่ใช่สไตลิสต์ชื่อดังที่ไหน หากแต่เป็นนายพรานผู้เลี้ยงสุนัขไว้สำหรับล่าเป็ดนี่เองที่เป็นผู้ออกแบบ เนื่องจากต้องการให้พุดเดิ้ลนั้นเคลื่อนไหวในน้ำได้อย่างคล่อยตัวเวลาที่ลงไปไล่ล่าเป็ดในน้ำ แต่การจะโกนขนออกหมดทั้งตัว เพื่อให้คล่องตัวสุด ๆ เลยนั้น ก็ดูจะใจร้ายกับน้องหมาไปหน่อย เลยเหลือขนเอาไว้เป็นพุ่มตามอวัยวะสำคัญต่าง ๆ อย่างเช่น อก ข้อขา หาง สะโพก ฯลฯ เพื่อช่วยปกป้องความหนาวเย็น คนทั่วไปก็เลยมองว่ามันสวยดี กลายเป็นทรงที่นิยมตัดกันมาราวกับเป็นทรงขนมาตราฐานไป ซึ่งนอกจากขนทรงพุ่มกลมที่เราคุ้นตาแล้ว ยังมีทรงขนอื่น ๆ อีกมากมาย เรื่องแฟชั่นก็เลยต้องยกให้พุดเดิ้ลเขาไปโดยปริยาย

เพราะความอยากรู้อยากเห็นของคนเรานี้นั้นมีไม่ที่สิ้นสุด อะไรที่ยังเป็นความลับอยู่ในปัจจุบัน สักวันหนึ่งก็ต้องได้รับการเปิดเผยออกมา เรื่องไหนที่ได้ไขความลับไปแล้ว ก็ทำให้คนที่อยากรู้ได้คลายข้อสงสัยกันไป ซึ่งเรื่องความลับของน้องหมานั้นยังมีอีกมากมาย เพื่อน ๆ ที่สนใจก็อย่าลืมติดตามกันต่อไปนะครับ เพราะเราจะนำเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับน้องหมามานำเสนอกันอยู่เรื่อย ๆ ที่นี่แน่นอนครับ

 

Cr. catdumb.com