โรคข้อและข้อสันหลังอักเสบ

313
SHARE

 

 

มีอยู่กลุ่มโรคหนึ่งที่มีคนหนุ่มคนสาวจำนวนไม่น้อยที่โชคร้ายต้องมาป่วยเป็น โรคกลุ่มนี้  นั่นคือ กลุ่มโรคข้อและข้อสันหลังอักเสบ

ภาษาทางการแพทย์เรียกว่ากลุ่มโรค “Spondyloarthropathy” เหตุที่ผมอยากจะเขียนถึงกลุ่มโรคนี้ ประการแรกเนื่องจากตามสถิติแล้วมีคนที่ป่วยเป็นโรคข้ออักเสบในกลุ่มโรคนี้ รวมๆกันประมาณร้อยละ  1 – 2 ของประชากรนั่นหมายความว่าในประเทศไทยจะมีคนที่ป่วยเป็นโรคกลุ่มนี้ประมาณ ร่วมล้านคนได้ ซึ่งเป็นจำนวนที่ไม่น้อยเลย ประการที่สองดังที่ได้กล่าวไปแล้วว่า โรคนี้มักเกิดขึ้นกับคนหนุ่มคนสาวในช่วงวัยรุ่น วัยเรียน ถึงช่วงเริ่มทำงาน ซึ่งคนเหล่านี้กำลังจะเป็นกำลังสำคัญของชาติบ้านเมืองในอนาคต ทำให้ประเทศชาติต้องเสียกำลังคนที่สำคัญไปกลุ่มใหญ่กลุ่มหนึ่ง ประการที่สามโรคกลุ่มนี้เป็นกลุ่มโรคที่มีอาการแสดงไม่เด่นชัดนักทำให้แพทย์ ส่วนมากไม่ได้นึกถึงหรือไม่คุ้นเคย ผู้ป่วยที่เป็นโรคกลุ่มนี้จึงมักจะไม่ได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้องตั้งแต่ เนิ่น ๆ ทำให้ได้รับการรักษาที่ถูกต้องล่าช้าไปจนบางรายได้รับความเจ็บป่วยทนทุกข์ ทรมานเป็นระยะเวลานานหรือจนถึงขึ้นเกิดความพิการขึ้น ประการที่สี่เนื่องจากความที่ความรุนแรงของโรคกลุ่มนี้แตกต่างกันในผู้ป่วย แต่ละราย บางรายเป็นไม่รุนแรง บางรายเป็นรุนแรง แพทย์ที่ทำการรักษาจึงต้องมีประสบการณ์ในการรักษาพอสมควร จึงจะปรับการรักษาให้เหมาะสมกับผู้ป่วยแต่ละรายและติดตามการรักษาได้อย่าง ถูกต้อง ประกอบกับการที่เป็นโรคข้ออักเสบเรื้อรังจึงต้องมีการติดตามและปรับเปลี่ยน การรักษาให้เหมาะสมกับโรคต่อเนื่องเป็นระยะเวลานาน ดังนั้น แพทย์ที่ให้การรักษาจึงควรเป็นแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในการรักษาโรคข้อ เช่น แพทย์ในสาขารูมาโตโลจิส เป็นต้น

กลุ่มโรคข้อและข้อสันหลังอักเสบคืออะไร
การที่เรียกโรคกลุ่มนี้ซึ่งประกอบด้วยโรคหลายโรคที่มีข้ออักเสบเรื้อรังว่า โรคข้อและข้อสันหลังอักเสบ เนื่องจากเกือบทุกโรคในกลุ่มนี้จะมีลักษณะที่คล้ายกัน คือมีข้ออักเสบของข้อบริเวณแขนขา  ซึ่งส่วน มากจะเป็นข้อบริเวณขา เช่น ข้อเข่า ข้อเท้า มีอาการปวดบวมของข้อร่วมกับการอักเสบของข้อบริเวณกระดูกสันหลัง ทำให้มีอาการปวดหลังแต่บางรายก็ไม่ปวด โรคในกลุ่มนี้มีหลายโรค เช่น โรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบ (Ankylosing spondylitis) ซึ่งจะมีข้อกระดูกสันหลังอักเสบเป็นหลักแต่ก็มีข้อของขาหรือแขนอักเสบร่วม ด้วยได้ โรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน (Psoriatic arthritis) ที่จะเกิดในผู้ป่วยที่เป็นโรคผิวหนังสะเก็ดเงิน (psoriasis) อยู่ โรคข้ออักเสบรีแอคตีฟ (Reactive arthritis) ที่เกิดมีการอักเสบของข้อต่าง ๆ หลังจากที่มีการติดเชื้อ โรคข้ออักเสบที่เกิดร่วมกับลำไส้อักเสบ (Inflammatory bowel disease) ซึ่งพบไม่บ่อยนักในบ้านเรา ถ้าลักษณะของโรคไม่เข้ากับโรคต่าง ๆ ที่กล่าวมาแล้วก็จัดเป็นโรคข้อและข้อสันหลังอักเสบที่ยังแยกไม่ออก (undifferentiate spondyloarthropathy) ซึ่งเป็นชนิดของโรคที่พบได้มากที่สุดในกลุ่มโรคนี้

อาการของผู้ป่วยโรคข้อและข้อสันหลังอักเสบ
ผู้ป่วยที่เข้าข่ายเป็นโรคในกลุ่มโรคข้อและข้อสันหลังอักเสบจะมีอาการดังนี้
1. มีอาการปวดบวมข้อ มักจะเป็นข้อเข่าหรือข้อเท้า เป็น ๆ หาย ๆ เป็นเวลานาน มักจะเป็นข้อที่ไม่เกิดพร้อมกัน 2 ข้าง เช่น บวมข้อเข่าซ้าย แล้วมาปวดบวมข้อเท้าขวา บางรายมีข้อบวมมาก มีน้ำในข้อปริมาณมากได้เนื่องจากการอักเสบ
2. มีอาการปวดหลัง มักจะปวดบริเวณกระดูกสันหลังส่วนล่าง ๆ แต่ถ้าเป็นมากอาจจะลุกลามขึ้นมาถึงกระดูกสันหลังส่วนบนหรือคอ เมื่อเป็นนาน ๆ จะทำให้หลังแข็งหรือคอแข็ง จะก้มตัวหรือขยับหันศีรษะได้ลำบาก
3. มีเส้นเอ็นอักเสบ มีอาการปวดบริเวณเส้นเอ็นของขาหรือเท้า เช่น เจ็บเอ็นร้อยหวายบริเวณส้นเท้าข้างใดข้างหนึ่งหรือทั้ง 2 ข้าง จะเจ็บมากขึ้นเวลาเดินหรือเอ็นฝ่าเท้าอักเสบ เวลาเดินจะเจ็บบริเวณส้นเท้า เวลาตื่นนอนตอนเช้าลุกจากที่นอนลงมายืนจะเจ็บฝ่าเท้าบริเวณส้นเท้ามาก แต่พอก้าวเดินไปเดินมากลับปวดน้อยลง
4. ปวดหลังหรือปวดตามข้อเวลาอยู่นิ่ง ๆ หรือนั่งนิ่ง ๆ นาน ๆ พอจะเริ่มขยับจะปวดแต่พอขยับตัวไปแล้วจะปวดน้อยลง เวลาตื่นนอนตอนเช้ามีปวดข้อ ข้อฝืดแข็ง ขยับลำบาก แต่ถ้าขยับตัวไปมาเรื่อย ๆ จะไม่ค่อยปวด
5. อาจมีตาแดงตาอักเสบ หรือทางเดินปัสสาวะอักเสบบ่อย ๆ ร่วมด้วยได้
6. มีนิ้วมือหรือนิ้วเท้าปวดบวมอักเสบทั้งนิ้ว 1 – 2 นิ้ว ทำให้นิ้วบวมโตคล้ายไส้กรอก
อาการที่กล่าวมานี้อาจเกิดขึ้นทีละอาการ หรือเกิดร่วมกันพร้อม ๆ กันได้ ถ้ามีอาการเหล่านี้ร่วมกับรอยโรคที่ผิวหนังเป็นโรคสะเก็ดเงิน ก็จัดเป็นโรคข้ออักเสบสะเก็ดเงิน ถ้ามีอาการดังกล่าวนี้เกิดขึ้นภายหลังการติดเชื้อ  เช่น ท้องเดิน ท้องเสีย หรือเจ็บคอ ก็จัดเป็นโรคข้ออักเสบรีแอคติฟ เป็นต้น

จะทราบได้อย่างไรว่าเป็นโรคกลุ่มโรคข้อและข้อสันหลังอักเสบ
ถ้าท่านมีอายุตั้งแต่เด็ก วัยรุ่น จนถึงวัยทำงานจนอายุประมาณ 40 ปี ทั้งชายและหญิงแล้วมีอาการดังที่กล่าวมาแล้วมาเป็นระยะเวลาหนึ่ง เช่น 1 – 2 เดือน แล้วไปรับการรักษากินยาแล้วอาการไม่ดีขึ้น ให้สงสัยว่าอาจจะเป็นโรคกลุ่มนี้ ควรรีบไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคข้อ แพทย์จะทำการซักถามประวัติ และตรวจร่างกาย โดยเฉพาะตรวจข้อและข้อกระดูกสันหลังดู ถ้าสงสัยก็จะทำการถ่ายภาพรังสี (x – ray)   บริเวณกระดูกสันหลังส่วนล่างดู บางครั้งท่านอาจไม่มีอาการปวดหลัง แต่การวินิจฉัยโรคกลุ่มนี้อาศัยการดูภาพถ่ายรังสีว่ามีความผิดปกติที่เข้า ได้กับโรคกลุ่มนี้หรือไม่ นอกจากนี้อาจมีการตรวจเลือดเพื่อแยกโรคข้ออื่นที่อาจมีอาการคล้ายคลึงกัน เช่น โรคข้ออักเสบรูมาตอยด์ โรคเอสแอลอี นอกจากนี้ยังอาจตรวจดูลักษณะทางพันธุกรรมที่ทำให้มีแนวโน้มสูงที่จะเป็นโรค นี้ที่เรียกการตรวจ HLA – B27 ซึ่งถ้าให้ผลบวกก็หมายความว่าท่านมีโอกาสเป็นโรคกลุ่มนี้สูง ในขณะเดียวกันถ้าท่านมีบุตร บุตรของท่านก็อาจได้รับถ่ายทอดพันธุกรรมอันนี้ทำให้มีโอกาสเป็นโรคนี้ได้ เช่นเดียวกัน
เนื่องจากโรคกลุ่มนี้ไม่มีการตรวจเลือดอะไรที่ระบุได้แน่ชัดว่าเป็นโรคกลุ่ม นี้แน่ ดังนั้น จึงมีแพทย์จำนวนไม่น้อยที่ไม่ได้คิดถึง และไม่ได้ให้การวินิจฉัยโรคกลุ่มนี้ ทำให้ผู้ป่วยมักจะไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้องตั้งแต่ระยะแรก ๆ มีผู้ป่วยจำนวนไม่น้อยที่เสียเวลาและเสียเงินทองในการรักษาอาการปวดข้อ ข้ออักเสบไป มากกว่าจะมาได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ดังนั้น ขอให้คิดถึงโรคกลุ่มนี้ซึ่งเป็นโรคกลุ่มที่พบได้บ่อยและรีบไปรับการรักษากับ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญโรคข้อ

การรักษาโรคข้อและข้อสันหลังอักเสบ
เนื่องจากผู้ป่วยโรคข้อและข้อสันหลังอักเสบ มีอาการปวดบวมข้อและเส้นเอ็นต่าง ๆ อาการปวดนี้บางรายไม่รุนแรง แต่บางรายก็ปวดรุนแรงมาก และปวดเรื้อรังเป็นเวลานานจนได้รับความทุกข์ทรมาน  ดังนั้น การรักษาที่สำคัญประการแรกคือ ต้องได้รับยาต้านการอักเสบ ซึ่งส่วนมากเป็นยาในกลุ่มยาต้านการอักเสบที่ไม่ใช่สเตียรอยด์ ที่มีประสิทธิภาพสูง เช่นยา indomethacin และอาจต้องใช้ต่อเนื่องกันไปเป็นระยะเวลาหนึ่ง เนื่องจากผู้ป่วยส่วนมากเป็นคนอายุน้อย ดังนั้น ผลข้างเคียงของยากลุ่มนี้ต่อผู้ป่วยอาจไม่มากนัก แต่ก็ต้องใช้อย่างระมัดระวัง ต่อมาเนื่องจากโรคกลุ่มนี้เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิคุ้มกัน ดังนั้น จึงต้องมียาที่จะปรับเปลี่ยนภูมิคุ้มกัน หรือปรับเปลี่ยนตัวโรค เช่น ยาซัลฟาซาลาซีน (sulfasalazine)  หรือยาเมโธรเทรกเซต (methotrexate) ซึ่งต้องให้ต่อเนื่องกันไปเป็นระยะเวลานานเช่นเดียวกัน ในปัจจุบันเนื่องจากมีผู้ป่วยที่มีการตอบสนองต่อยาปรับเปลี่ยนตัวโรคไม่ดี นัก โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีข้อกระดูกสันหลังอักเสบจึงมีการนำยาในกลุ่มยาชีวภาพ (biologic agent) มาใช้รักษาโรคกลุ่มนี้โดยเฉพาะโรคข้อกระดูกสันหลังอักเสบ (Ankylosing spondylitis)  และโรคข้ออักเสบสะเก็ดเงินอย่างได้ผล  เช่น กลุ่มยาต้านสาร tumor necrotic factor – TNF (anti – TNF) ซึ่งออกฤทธิ์ต่อต้านสารจากระบบภูมิคุ้มกันที่ทำให้เกิดการอักเสบโดยตรง ยากลุ่มนี้ถึงแม้จะมีประสิทธิภาพสูงมาก และออกฤทธิ์เร็ว แต่เนื่องจากมีราคาแพงมาก จึงมีการนำมาใช้ในบ้านเรา แต่ยังไม่แพร่หลายนัก

cr.health2click.com