แนะนำเตาเผาถ่าน 200 ลิตร แบบชาวบ้าน

1204
SHARE

เป็นเตาเผาถ่านที่มีประสิทธิภาพสูงกว่าเตาเผาถ่านแบบดั้งเดิมทั่วไป ประมาณ 1.2 -1.5 เท่า โดยใช้ของถังขนาด 200 ลิตร เป็นตัวทำเตา  ซึ่งเตาประเภทนี้อาศัยความร้อนไล่ความชื้นในเนื้อไม้  ที่อยู่ในเตา ทำให้กลายเป็นถ่านนั้นเอง หรือที่เราเรียกกันว่า ” กระบวนคาร์บอนไนเซซั่น ( Carbonization) ” นั้นเอง   นอกจากนี้เตายังมีโครงสร้าง  ที่มีลักษณะปิด ทำให้สามารถควบคุมอากาศได้ดี  จึงไม่มีการลุกติดของไฟ  ของเนื้อไม้  และผลผลิตที่ได้จะเป็นถ่านที่มีคุณภาพ  มีสารก่อมะเร็งต่ำ และขี้เถ้าน้อยค่ะ

เรามาดูวิธีการสร้างเตาเผาถ่านกันคะ  การก่อสร้างเตาเผาถ่านนั้นต้องเลือกสถานที่ในการสร้างเตาด้วย  โดยควรจะเป็นที่ดอนและโล่ง  ควรจะอยู่ห่างจากบ้านเรือนอย่างน้อย  50 เมตรด้วยนะคะ  อาจจะมีหลังคาคลุมก็ได้  อายุงานจะนานขึ้น  และอยู่ใกล้แหล่งไม้ฟืนหรือวัตถุดิบจะดีมาก  ที่สำคัญ คือต้องปล่อยควันออกสู่ที่โล่งได้สะดวก  และบริเวณรอบๆ ควรมีต้นไม้เยอะๆนะคะ  เพื่อจะดูซับควันจากเตาเผา เตาแบบตั้งก็มีลักษณะคล้ายกันค่ะ ใช้พื้นที่อย่างน้อยประมาณ 2×2 เมตร เรามาดูการสร้างเตาเผาถ่านโดยใช้ถังน้ำมัน  200 ลิตรแบบคร่าวๆกันค่ะ สิ่งสำคัญก่อนเข้าสู่กระบวนการเผานั้น  ที่จะต้องเตรียมคือไม้ค่ะ  ไม้ที่จะนำมาเผาต้องเลือกไม้ขนาดไล่กัน (ไม้ที่นำมาเผาไม่ควรสด-แห้งจนเกินไป)  ถ้าเป็นท่อนยาว ก็ควรตัดให้สั้น 80 เซนติเมตร  (ถังน้ำมันยาว 90 เซนติเมตร)  และคัดแยกไม้เป็นกลุ่ม 3 ขนาด คือ เล็ก กลาง และใหญ่ เพื่อสะดวกในการเรียงไม้เข้าเตานะคะ ‘น้ำส้มควันไม้’ ถือว่าเป็นของแถมจากกระบวนการเผาถ่าน  น้ำส้มควันไม้นั้นสามารถเก็บโดยใช้เครื่องมือง่ายๆ คืออาศัยการถ่ายเทความร้อนจากปล่องดักควัน  ที่มีอุณหภูมิสูงไปสู่อากาศรอบปล่องดักควันที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าคะ  ความชื้นในควันจะควบแน่นเป็นหยดน้ำ  เราสามารถนำมารวบรวมและทำให้บริสุทธิ์ขึ้น  ก็สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้มากเลยละคะ โดยเฉพาะการเกษตรนั้นเอง

ข้อดีของการเผาถ่านอีกอย่างหากใครมีสวนผลไม้ ไปสร้างเตาเผาในสวนเลยครับ ควันจากการเผาถ่านช่วยไล่แมลง และช่วยให้ติดดอกออกผลเยอะ  เห็นไหมคะการทำเตาเผาถ่านแบบชาวบ้าน เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นไม่ได้ยากเลย จะทำให้เห็นได้ว่า การที่เราค้นหาวิธีที่เป็นประโยชน์ให้กับตนเองมากที่สุก คือวิธีที่จะนำไปสู่การพัฒนาทั้งในสาขาอาชีการเกษตร และสาขาอื่นๆ ก็ตาม เมื่อพัฒนาไปไกล ก็จะทำให้เป็นที่น่าสนใจของชนชาติอื่นด้วย ส่วนใครที่สนใจสามารถศึกษารายละเอียดและนำไปปรับปรุงใช้ได้เลยค่ะ

ที่มา : www.kasetporpeang.com

ที่มารูปภาพ : natee2007.thaiza.com