แค่ยอมรับ-เปิดรับ-มองหา ชีวิตก็ก้าวหน้าขึ้นแบบไฮสปีด

241
SHARE

ไม่มีใครไม่อยากได้ความก้าวหน้า ไม่ว่าจะในเรื่องชีวิตส่วนตัว, หน้าที่การงาน, การศึกษา หรือด้านใดก็ตามในชีวิต เพราะอย่างน้อยมันทำให้คนเราหลุดพ้นอดีตได้ง่ายขึ้น มีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น ไม่ต้องมานั่งเครียดกับการคาดเดาว่าเมื่อไหร่นะ ชีวิตจะไปให้พ้นจากเรื่องแย่ ๆ ซะที !

1. ต้องยอมรับก่อนว่าคุณไม่ใช่คนฉลาดที่สุด อันดับแรก ก่อนที่จะเปิดรับเรื่องใดก็ตาม คุณต้องเปิดใจของตัวเองให้กว้างกว่านี้ “อย่าทำตัวเป็นน้ำเต็มแก้ว” หรือ “ตะกร้าที่มีแต่ขยะ” สิ่งที่คุณรู้มาอาจจะไม่จริงที่สุดหรือใช่ที่สุดเสมอไป สิ่งที่คุณรู้มาแม้จะจริงที่สุดแต่ก็ยังมีอีกหลายสิ่งรอคุณทำความรู้จักอยู่

2. ต้องยอมรับก่อนว่า “ความเกลียดทำให้เรายังเป็นโง่” อคติคือสิ่งที่บังตาคนเราให้อยู่กับความโง่งมงายเสมอ ต่อให้คุณรู้สึกไม่ดีกับใครบางคนแค่ไหน คุณก็อย่าให้ความรู้สึกนั้นกลืนคุณจนมองไม่เห็นอะไรเลย จงทำตัวเป็นผู้ฟังที่ดี หรืออย่างน้อยก็เป็นผู้เรียนรู้แบบ “ครูพักลักจำ” แอบเก็บเกี่ยวทริคสักเล็กน้อยจากคนที่เกลียด ดีกว่าเกลียดแล้วเกลียดเลย ไม่ได้อะไรเลย

3. ยอมรับคนอื่นในความเป็นมนุษย์เหมือนกัน ต่อให้คนอื่นต่างกับเราเพียงใด เช่น คนนั้นเป็นเพศที่3, เป็นพวกที่ทำอะไรแปลก ๆ ก็อย่าเพิ่งตัดสินว่าเขามันช่างน่ารังเกียจ น่ากลัว ไม่สมควรจะได้รับสิทธิอะไรทั้งนั้น จงมองพวกเขาในฐานะมนุษย์คนหนึ่งเหมือนกับเรา ถ้าเราเจ็บ-หิว-เหนื่อย-ป่วย เป็น เขาก็ไม่ต่างกับเราเลย “อย่ายกตนข่มท่าน อย่าเหยียดคนอื่น”

4. อย่าเพิ่งพอใจในสิ่งที่คุณรู้อยู่แล้ว เป็นอยู่แล้ว สมมติว่า คุณรู้อยู่แล้วว่าอีกนิดเดียวก็จะสอบได้ที่1 แต่ก็ปลอบตัวเองว่า เอาเถอะไม่เป็นไรน่า สอบผ่านก็บุญแล้ว

คนเรามักจะติดกับดักคำว่า “ไม่เป็นไรน่า” “บุญแค่ไหนแล้ว” ซึ่งไม่น่าแปลกใจนัก เพราะใครก็ชอบความรู้สึกที่แพ้แล้วยังมีข้ออ้างให้ปลอบใจอีกหลายเหตุผล แต่ถ้าคุณรักความก้าวหน้า “อย่าเพิ่งพอใจในสิ่งที่คุณเป็นเด็ดขาด ตราบที่รู้อยู่ว่าตัวเองยังบกพร่อง”

ดังนั้น ถ้ายังมีการสอบครั้งต่อไปอีก คุณก็อย่าหย่อนยานความสามารถของตัวเองเพียงแค่คิดว่า “ก็ผ่านมาแล้วจะเอาอะไรอีก” แต่ให้เพิ่มความฮึดให้ตัวเองไปอีกหน่อยว่า “ก็ผ่านมาแล้ว แต่ก็อยากจะเอาอีกให้ดีกว่านี้”

5. ต้องยอมรับการฝึกฝนที่อดทนหนักหน่วงให้มาก หลายคนที่ประสบความสำเร็จล้วนแต่ผ่านการลองผิดลองถูกมาหลายหน ล้มมาหลายที ผ่านความอดทน(บางคนก็อดอยาก)มามากทั้งนั้น “อย่าหมิ่นในการใช้แรงงาน” และ “จงใช้แรงงานควบคู่ไปกับสมอง” เพชรที่ดีย่อมเคยมาจากถ่านที่เผาไฟแรงสูง ดาบที่คมย่อมเคยผ่านค้อนตีมาหลายร้อยหน

6. ต้องมองหาให้เจอว่าโลกยังขาดอะไร สมมติว่าในตลาดแรงงาน คุณอยากเป็นที่ต้องการในหลายองค์กร คุณก็ต้องอ่านให้ขาดว่าแต่ละองค์กรต้องการทักษะอะไรบ้าง เช่น ภาษาอังกฤษที่ดีเยี่ยม, ภาษาที่3ที่ดีเยี่ยม พอรู้แล้วก็แค่นำมาพัฒนาตัวเองให้พร้อมสำหรับถูกเลือก

ในด้านอื่น ๆ ของชีวิตก็เช่นกัน จะไม่มีประโยชน์เลยถ้าคุณรู้ตัวดีแต่ไม่มีที่ปล่อยของ หรือรู้ที่ปล่อยของแต่ไม่ทำตัวให้เป็นที่ต้องการในพื้นที่นั้น ๆ … จงทำให้ตัวเองโดดเด่นเข้าไว้ เพื่อดึงดูดให้คนอื่นหรือสิ่งอื่นเข้าหาเรา

7. อย่าลืมแบ่งปัน รู้แล้วเก็บไว้กับตัวเอง ความรู้นั้นมันก็อยู่แค่กับตัวเอง ไม่มีการพัฒนา แต่ถ้ารู้แล้วแบ่งให้คนอื่นได้รู้ด้วย มีส่วนร่วมด้วย คุณก็จะมีเพื่อนช่วยคิด ช่วยขยายทางให้อีกกว้างไกลมาก ถ้าในทางพุทธศาสนาก็คือ “เราควรทำตัวเป็นผู้ให้ซะก่อน เดี๋ยวอะไรดี ๆ ก็เข้าหาเราเองอย่างไม่ขาดสาย”

รู้แล้วไม่ควรเหยียบเอาไว้ ถ้าไม่ใช่ความลับของใคร ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร จงแบ่งปันและหาทางพัฒนาตนเองไปเรื่อย ๆ อย่างไม่สิ้นสุด เพราะแม้แต่โลกยังต้องหมุนทุกวัน ทุกวินาที

Cr.www.jeeb.me