เจาะข่าวเด่น เปิดปมถูกหลอกขายตั๋วเครื่องบินราคาถูกไปญี่ปุ่น

154
SHARE

เจาะข่าวเด่น (5 มิ.ย. 57) ผู้เสียหายรวมตัวเปิดใจ ปมถูกหลอกขายตั๋วเครื่องบินไปญี่ปุ่นในราคาถูก เผยโดนนับร้อยราย ลั่นจะเอาผิดให้ถึงที่สุด

เป็นกระทู้เตือนภัยว่อนโลกไซเบอร์เลยทีเดียว เกี่ยวกับกรณีที่นักท่องเที่ยวนับร้อยคนถูกนายหน้าค้าตั๋วเครื่องบินราคาหลอกลวง โดยนายหน้าคนดังกล่าวได้ซื้อพื้นที่โฆษณาในหนังสือพิมพ์ และงัดโปรโมชั่นเด็ดในราคาถูกมาหลอกขาย แต่หลังจากที่ซื้อตั๋วไปแล้ว เมื่อเริ่มตามเรื่องก่อนเดินทางก็พบว่านายหน้าคนดังกล่าวพยายามบ่ายเบี่ยง จนถึงวันที่ต้องเดินทางก็ไม่ได้ตั๋วเครื่องบินดังกล่าว จึงรวมตัวกันแจ้งความ ตามที่ได้นำเสนอข่าวไปแล้วนั้น ล่าสุด (5 มิถุนายน 2557) รายการเจาะข่าวเด่น ก็ได้เชิญผู้เสียหายมาเปิดเผยถึงกรณีนี้ให้ได้ทราบกัน..

โดยพิธีกรได้เชิญ คุณสุจิตตรา คุณกาญจนา และคุณสราวุฒิ เป็นตัวแทนในการเปิดเผยข้อมูลในครั้งนี้ โดยคุณสุจิตตรา เผยว่า ตนเองนั้นเห็นโฆษณาในหนังสือพิมพ์ ซึ่งลงสื่อหลักแบบนี้ มีหลักฐานชัดเจนขนาดนี้ ก็ไม่คิดว่าจะถูกหลอก ตอนนั้น ทางบริษัท ไทย จีเอสเอ แอนด์ แอร์เซอร์วิส จำกัด ได้ลงโฆษณาว่า รับจองตั๋วเครื่องบินของสายการบินอัลตราเจ็ต แอร์ไลน์ เที่ยวบินไปกลับกรุงเทพฯ-ฮาเนดะ ประเทศญี่ปุ่น ในราคาถูก เป็นโปรโมชั่นซื้อ 1 แถม 1 ราคาประมาณ 16,000 บาท เมื่อหารสองคนก็ตกคนละ 8,000 บาท ซึ่งราคานี้ก็ไม่ถูกจนน่าเกลียด หรือถูกจนคิดว่าโดนหลอก เพราะการจองตั๋วหากจองล่วงหน้าหลายเดือน ราคาก็จะถูกประมาณนี้

คุณสุจิตตรา กล่าวต่อว่า สำหรับกรณีของตน ตนซื้อตั๋ว 10 ใบ ไปกับพี่น้องและลูกหลานที่บ้าน ซื้อเมื่อเดือนธันวาคม ปี 2556 และบินเดือนเมษายน 2557 พอจองเสร็จตนก็ได้เวาเชอร์ (Voucher) มา ซึ่งทางคุณรังสิมันต์ สุทธิบุตร นายหน้าดังกล่าว บอกว่าเดี๋ยวจะให้นำเวาเชอร์มาแลกกับอีทิคเก็ต (e-ticket) แต่ระหว่างรอนั้น ตนก็เริ่มได้กลิ่นตุ ๆ เริ่มรู้สึกว่าอาจจะโดนโกง เพราะราคาของตั๋วเครื่องบินถูกลงอย่างมาก จากตอนแรกที่ตนซื้อคือ 16,000 บาท ในราคาซื้อ 1 แถม 1 แต่หลัง ๆ ลดลงเป็น 12,000, 10,000 และต่ำสุดที่เห็นคือ 4,999 บาท แต่ถ้าซื้อ 3 ใบ จะได้ในราคา 9,999 บาท

ขณะที่คุณสราวุฒิ กล่าวว่า ตนก็เห็นการจองตั๋วเครื่องบินราคาถูกจากหนังสือพิมพ์เช่นเดียวกัน ตนซื้อทั้งหมด 14 ใบ รวมเป็นเงินกว่า 1 แสนบาท ซึ่งตนตัดสินใจโอนเงินเพราะช่วงที่จองเป็นช่วงวันหยุดยาวเดือนเมษายน (ช่วงสงกรานต์) แล้วทางนายหน้าก็บอกว่า วันหนึ่งมีการปล่อยตัวจองแค่ประมาณ 10 กว่าใบเท่านั้น จึงรีบโอนเงินโดยไม่ได้เอะใจ แต่หลังจากที่โอนเงินไปแล้ว กลับกลายเป็นว่าได้เวาเชอร์มา ทั้ง ๆ ที่ควรจะเป็นอีทิคเก็ตมากกว่า ในใจคิดว่าโดนหลอกแล้วแน่ ๆ เลยค้นหาข้อมูล ด้วยการเสิร์ชในกูเกิล ตอนแรกก็เสิร์ชชื่อบริษัทและที่ตั้ง ก็พบว่ามีตัวบริษัทจริง อยู่ในตึกใหญ่โต น่าเชื่อถือ แต่เมื่อเอาชื่อของนายหน้าไปเสิร์ช ก็พบว่ามีผู้เสียหายหลายรายตั้งกระทู้ร้องเรียนในพันทิปเพียบ

ส่วนทางด้าน คุณกาญจนา บอกว่า ตนซื้อเพียงแค่ 2 ใบเท่านั้น เป็นเงินประมาณ 1 หมื่นกว่าบาท ซึ่งหลังจากรู้ว่าโดนโกง ก็พยายามจะขอเรียกเงินคืน แต่ทางนายรังสิมันต์บอกว่าให้ไปฟ้องศาล แล้วบอกว่าเงินเล็กน้อยแค่นี้เขาไม่ฟ้องกันหรอก ซึ่งตนรู้สึกว่าเขาพยายามเล่นกับความรู้สึกของตน บางคนก็ไม่สะดวกจะฟ้องจริง ๆ เพราะบ้านอยู่ไกล ซื้อในราคา 5 พัน คงไม่มีใครอยากจะเสียเวลาเดินเรื่อง แต่ตนนั้นไม่ยอมและจะเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ไม่อยากให้เขาใช้โอกาสนี้หลอกลวงคนอื่นอีก

อย่างไรก็ดี ผู้เสียหายเล่าให้ฟังว่า ตอนแรกเรารวมตัวกันประมาณเดือนเมษายนหลังจากที่ไม่ได้บินตามที่กำหนด ซึ่งตอนนั้นเขาก็บอกว่า เขาโดนสายการบินโกงอีกที และยอมลงบันทึกประจำวัน ทำให้ผู้เสียหายเริ่มเบาใจ เพราะว่าเรื่องถึงมือตำรวจแล้ว…แต่กระนั้น เรื่องก็ยังไม่คืบหน้าใด ๆ เลยรวมตัวไปร้องเรียนอีกครั้ง แต่เขาหนีหาย โทรไม่รับ ไลน์ไม่ตอบ ไปหาที่บริษัทก็ไม่เจอ

คุณสราวุฒิ กล่าวว่า เขาอ้างว่าเขามีปัญหากับทางสายการบิน พวกเราทุกคนก็แค่ขอเงินคืน แต่เขาไม่สามารถคืนเงินให้ได้ โดยอ้างว่าโอนเงินให้สายการบินดำเนินการแล้ว ตนกับผู้เสียหายบางคนก็ไปรอให้เขาหาหลักฐานการโอนเงินให้สายการบิน…ไปรอแล้วรอเล่าหลายชั่วโมง เขาก็อ้างว่าหาไม่เจอ ต่อจากนั้น ตนก็เดินทางไปยังที่ตั้งบริษัทของสายการบินดังกล่าว เพื่อที่จะตรวจสอบว่า สายการบินโกงนายรังสิมันต์จริงหรือไม่ แต่เมื่อไปถึงก็ต้องอึ้ง ! เพราะที่ตั้งดังกล่าว เป็นกงสุลของหมู่เกาะโซโลมอน พวกเราเลยไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวแต่อย่างใด แถมตรวจสอบในเชิงลึกก็พบว่า สายการบินนี้จดทะเบียนแค่ 2 ล้านบาท และยังไม่มีเครื่องบินเข้ามาในไทย โดยเพิ่งจดทะเบียนอย่างเป็นทางการเมื่อเดือนมีนาคม 2557 ทีผ่านมา แต่กลับออกขายตั๋วตั้งแต่ช่วงเดือนธันวาคม 2556

คุณสราวุฒิ กับผู้เสียหายท่านอื่น ยังได้ตรวจสอบถึงกรณีที่นายรังสิมันต์อ้างว่าถูกสายการบินโกงด้วย โดยพบว่า เมื่อปี 2555 ก็เคยเกิดเหตุการณ์เช่นนี้มาแล้ว แต่เป็นการเดินทางจากไทยไปเกาหลี ซึ่งนายรังสิมันต์เคยมีปัญหากับนายบอม กรรมการของสายการบินหนึ่ง และเป็นคู่ความกันมาก่อน ส่วนในครั้งนี้ก็มีปัญหากับนายบอมอีกเช่นกัน คาดว่าทั้งสองคนน่าจะสมรู้ร่วมคิดกัน เพราะไม่มีทางที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับคู่กรณีซ้ำ ๆ อย่างแน่นอน

อย่างไรก็ดี คุณสุจิตตรา กล่าวต่อว่า เมื่อวันที่ 4 มิถุนายน 2557 พวกเราได้ร้องเรียนต่อสื่อมวลชน และได้พาสื่อไปทำข่าวที่บริษัท ไทย จีเอสเอ แอนด์ แอร์เซอร์วิส จำกัด ซึ่งเป็นเรื่องบังเอิญมาก เพราะเราไปเจอตัวนายรังสิมันต์พอดี ทั้ง ๆ ที่ภายในบริษัทไม่มีคนเลย แต่ตรงโต๊ะของนายรังสิมันต์มีไฟเปิดอยู่ เห็นเขากำลังค้นหาเอกสารบางอย่าง ซึ่งพอเขาเห็นเราก็ตกใจมาก และพยายามจะไม่ให้นักข่าวไปถ่าย พร้อมบอกว่าให้พูดคุยกันในศาลเท่านั้น

ท้ายนี้ ผู้เสียหายบอกว่า ความเสียหายไม่ใช่เพียงแค่เงินจองตั๋วเท่านั้น แต่พวกเราได้จองโรงแรมไปหมดแล้ว ซึ่งพอไม่ได้เดินทางไปตามกำหนดก็เหมือนกับเสียเงินฟรี แล้วการที่ลงหนังสือพิมพ์น่าเชื่อถือแบบนี้ ทำให้ไม่คาดคิดว่าจะโดนหลอก อย่างไรก็ตาม พวกเราจะเดินเรื่องเอาผิดให้ถึงที่สุด

Credit : travel.kapook.com