เครื่องกรองน้ำแบบชาวบ้าน

2551
SHARE

มาพอเพียง ด้วยการประดิษฐ์เครื่องกรองน้ำใช้เอากันดีกว่าง่ายๆ ไม่ว่าใครก็สามารถทำได้ แถมยังประหยัด ไม่จำเป็นต้องซื้อให้สูญเสียเงินทองมากมายเลย จ่ายเพียงแค่ 200 – 300 บาทเท่านั้น ตามแนวคิดของ  ศจ.นพ. ร่มไทร สุวรรณิก และคณะแพทย์ของโรงพยาบาลศิริราช ในการเปลี่ยนน้ำเสียเป็นน้ำที่บริสุทธิ์

วัสดุอุปกรณ์

  1. ถัง มีความสูง 18 นิ้ว หรือมากกว่านี้ก็ได้ จำนวน 3 ใบ
  2. สายยาง ยาว 2 เมตร มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 เซนติเมตร
  3. ขั้วต่อสายยาง คอยปรับระดับน้ำให้ไหลมาก ไหลน้อย 2 อัน ในที่นี้อาจเลือกใช้เป็นชุดปรับน้ำเกลือที่คอยปรับให้น้ำเกลือไหลเร็วหรือช้าก็ได้ โดยสามารถขอได้ที่ โรงพยาบาล

วิธีการดำเนินงาน

1. ทำการเจาะถัง ทั้ง 3 ใบ ดังนี้

  • ทำการเจาะด้วยค้อน กว้างพอๆ กับสายยาง
  • ถังใบที่ 1 ให้เจาะเพียงแค่ 1 รูเท่านั้น โดยการเจาะให้ห่างจากก้นขึ้นมา 1 นิ้ว
  • ถังใบที่ 2 และใบที่ 3 ให้เจาะ 2 รู้ โดยการเจาะที่ให้ห่างจากปากถังลงมาประมาณ 2-3 นิ้ว สำหรับรูล่างให้เสมอกับก้นถัง

2. ทำการต่อสายเข้าในรู้ที่ทำการเจาะเมื่อสักครู่

  • เริ่มด้วยการต่อสายยางสอดเข้าไปในรู ของก้นใบที่ 1 กับก้นใบที่ 2 โดยการใช้ขั้วต่อ
  • จากนั้นทำการต่อสายยางรูปากถังใบที่ 2 กับก้นใบที่ 3 โดยใช้ขั้วต่อ
  • เสียบสายยางที่รูปากถังใบที่ 3 อีกด้านหนึ่งขอสายยางให้ปล่อยทิ้งไว้

3. ต่อมาทำการบรรจุกรวดและทราย

  • ทำการล้างเศษดินและเศษฝุ่นให้สะอาด
  • ให้บรรจุทรายในถังใบที่ 2 และใบที่ 3 ในปริมาณเท่าๆ กัน โดยการใส่กรวดก่อนให้มิดสายยาง เพื่อป้องกันไม่ให้ทรายไหลอุดรูสายยาง จากนั้นค่อยๆใส่ทรายระดับความหนา 1 นิ้ว

4. ระดับการวางถัง เพื่อให้น้ำไหลดีขึ้น

  • ถังใบที่ 1 สูงกว่าพื้น 20 นิ้ว
  • ถังใบที่ 2 สูงกว่าพื้น 10 นิ้ว
  • ถังใบที่ 3 สูงกว่าพื้น 3 นิ้ว

5. วิธีการกรอง

  • ทำการเทน้ำลงในถังใบที่ 1 ตามด้วยคลอรีน 1 ช้อนชา แล้วแกว่งสารส้ม ต้องทำความเข้าใจก่อนว่าน้ำในถังนี้คือน้ำเสีย ที่นำมาจากคลองค่ะ
  • น้ำจะถูกกรองไปยังถังใบที่สอง ผ่านกรวดและทราย จากนั้นเอ่อขึ้นสวนทางกับแรงดึงดูดโลก ไหลออกทางปากถังใบที่ 2 ไปยังก้นถังใบที่ 3
  • เมื่อลงมายังถังใบที่ 3 น้ำจะถูกกรองเช่นเดียวกับถังใบที่ 2

สิ้นสุดกระบวนการกรอง จะได้น้ำที่สะอาดบริสุทธิ์ และสามารถนำไปใช้งานได้เลย สำหรับปริมาณน้ำที่ได้ในแต่ละวันอยู่ที่ 60 – 70 ลิตรต่อวัน

ที่มา : www.kasetporpeang.com

ที่มารูปภาพ : www.yourkoishouse.com, www.thaihealth.or.th