วิธีรับมือโรคร้ายใกล้ตัว

253
SHARE

ในขณะที่ทุกคนกำลังหวาดกลัวกับโรคกลายพันธุ์ ที่กำลังรุมเล่นงานมวลมนุษยชาติอยู่อย่างไม่ปราณี สุขภาพดีขอพาไปรู้จักกับหลากโรคที่มีมาแต่ไหนแต่ไร และยังไม่มีทีท่าว่าตัวเลขผู้ป่วยจะลดน้อยลง มีแต่จะขยับเพิ่มสูงขึ้น เพื่อให้คุณได้รู้เท่าทันและป้องกันไว้แต่เนิ่นๆ ซึ่งโรคเหล่านี้ถ้ามีการรับมือที่ดี ก็ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด

1.โรคสมองเสื่อม (DEMENTIA)
ในโลกนี้จะมีประชากรถึง 65 เปอร์เซ็นต์เลยที่ป่วย สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกเพศและทุกวัย แต่จะพบได้มากในคนที่อายุ 65 ปีไปแล้ว เกิดขึ้นจากการทำงานของสมองที่เสื่อมลง ซึ่งอาจมาจากการที่มีปัญหาของเส้นเลือดในสมอง เนื้องอกในสมอง อัลไซเมอร์พาร์กินสัน พิษสุราเรื้อรัง ฯลฯ

อาการที่พบได้บ่อยๆ คือ ความจำ การใช้ความคิด และการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ลดลงหรือหมดไปอย่างสิ้นเชิง นอกจากนี้ยังอาจพบว่ามีการเปลี่ยนแปลงของบุคลิกภาพร่วมด้วยก็ได้ เช่น หงุดหงิดง่าย เฉื่อยชา การเสื่อมของสมองนี้จะเป็นไปอย่างต่อเนื่องเรื่อยๆ ซึ่งในที่สุดก็จะส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวัน ทั้งในด้านอาชีพการงานและชีวิตส่วนตัว

รับมืออย่างไร
การป้องกันและรับมือในตอนนี้ยังไม่สามารถป้องกันได้ แต่การดูแลสมองตัวเองให้ดี อย่างการทานอาหารที่มีประโยชน์และช่วยบำรุงสมอง เช่น ไขมันดี ออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อให้ร่างกายและจิตใจปลอดโปร่ง ฝึกจัดระเบียบกระบวนการคิดให้เป็นชั้นเป็นตอน คิดบวก ไม่เครียด ก็น่าจะพอช่วยได้

2.กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (HEART ATTACK)
ประชากรในโลกนี้ประมาณ 1 ใน 5 คนเป็นโรคหัวใจ ทุก 10 นาที มีคนเสียชีวิตด้วยอาการกล้ามเนื้อหัวใจตายอย่างเฉียบพลัน สัญญาณที่ร่างกายส่งออกมาเตือนคือ มีอาการเจ็บหน้าอก เหงื่อออกตามฝ่ามือฝ่าเท้ามาก หากอาการกำเริบอย่างรุนแรงควรรีบไปพบแพทย์ทันที ทุกคนมีโอกาสเป็นโรคหัวใจได้ แต่ที่มีโอกาสสูงคือคนที่อายุมากกว่า 50 ปี สูบบุหรี่เป็นประจำ เป็นโรคความดันสูงโลหิตสูง เบาหวาน ครอบครัวมีประวัติคนที่เป็นโรคหัวใจมาก่อน

รับมืออย่างไร
สำหรับการป้องกันและรับมือก็คือ งดสิ่งที่มากระตุ้นให้เป็นโรคอย่าง บุหรี่ ความเครียด เลี่ยงอาหารมันซึ่งทำให้เกิดการสะสมของไขมันในหลอดเลือด ซึ่งจะทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ไม่สะดวก ออกกำลังกายเป็นประจำแต่ไม่ควรหนักมาก

3.มะเร็งเต้านม (BREAST CANCER)
ประชากรในโลกนี้ประมาณ 1 ใน 8 คนเป็นโรคมะเร็งเต้านม และเป็นได้ทั้งชายและหญิง โดยโรคนี้เกิดจากเนื้อเยื่อของเต้านม มีการเปลี่ยนแปลงไปเป็นเซลล์มะเร็ง ส่วนสาเหตุที่ทำให้มันเปลี่ยนไปนั้นยังไม่ทราบแน่ชัด แต่การปฏิบัติตัวที่คุณหมอหลายท่านแนะนำเพื่อเลี่ยงการเกิดคือ การทานเนื้อสัตว์และไขมันให้น้อยลง ทานผักผลไม้ให้มากๆ ควบคุมน้ำหนักไม่ให้เกินเกณฑ์มาตรฐาน ออกกำลังกายเป็นประจำ งดบุหรี่และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์

รับมืออย่างไร
เพื่อเป็นการระวังตัวจากโรคนี้ให้คุณ (ทั้งหญิงและชาย) ควรหมั่นตรวจเต้านมด้วยตนเอง หากพบว่ามีก้อนที่เต้านมหรือรักแร้ มีการเปลี่ยนแปลงขนาดของเต้านม มีน้ำไหลออกมาจากเต้านม ผิวเต้านมเป็นลอนเหมือนเปลือกส้ม ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อเช็คให้ละเอียดอีกที

4.กาฬหลังแอ่น (MENINGOCOCCAL INFECTION)
แม้จำนวนผู้ป่วยด้วยโรคนี้จะไม่มากเท่ากับโรคอื่น แต่โอกาสเสียชีวิตจะสูงกว่ามาก ซึ่งเป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรียเฉียบพลันทันที อาการของโรคคือ มีไข้สูง ปวดศีรษะมาก อ่อนเพลียคลื่นไส้อาเจียน เจ็บคอ คอแข็ง ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ปวดข้อ มักมีผื่นเลือดออกใต้ผิวหนังร่วมกับจ้ำเลือดขึ้นตามตัวแขนขา อาจมีอาการของเยื่อหุ้มสมองอักเสบร่วมด้วย ในรายที่เป็นรุนแรงผู้ป่วยจะซึม ซัก และช็อก แล้วเสียชีวิตได้ภายใน 24 ชั่วโมง

รับมืออย่างไร
โรคนี้สามารถที่จะติดต่อกันได้ ด้วยการหายใจเอาละอองเสมหะในโพรงจมูกจากคนที่มีเชื้อเข้าไป ทำให้เกิดอาการไข้เหมือนไข้หวัด และอาจกระจายเชื้อไปทั่วร่างกาย การป้องกันคือพยายามอย่างอยู่ใกล้ผู้ที่มีอาการป่วย ไอ จาม หรือถ้าหากเลี่ยงไม่ได้ควรหาผ้าคาดหรือผ้าเช็ดหน้าปิดจมูก แล้วหากเกิดการระบาดของโรคอาจฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันไว้แต่เนิ่นๆ

5.เบาหวาน (DIABETES)
ประชากร 14 คนจะป่วยด้วยโรคเบาหวานประมาณ 1 คน เกิดจากความผิดปกติของร่างกาย ที่มีการผลิตฮอร์โมนอินซูลินไม่เพียงพอ ส่งผลทำให้ระดับน้ำตาลในกระแสเลือดสูงเกินไป โรคนี้จัดว่ารุนแรงมาก เพราะโดยปกติน้ำตาลจะเข้าสู่เซลล์ร่างกายเพื่อใช้เป็นพลังงานได้ อยู่ภายใต้การควบคุมของฮอร์โมนอินซูลิน หากเข้าสู่เซลล์ไม่ได้ก็จะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูง ในระยะยาวจะมีผลในการทำลายหลอดเลือด และอาจนำไปสู่สภาวะแทรกซ้อนที่รุนแรงอื่นๆ ได้ ส่วนสาเหตุที่ทำให้ร่างกายผลิตอินซูลินได้ไม่เพียงพอนั้น ยังไม่ทราบแน่ชัด แต่เชี่อว่าองค์ประกอบสำคัญที่อาจเป็นต้นเหตุ ได้แก่ อ้วนกรรมพันธุ์ ขาดการออกกำลังกาย

อาการของผู้ที่มีแนวโน้มเป็นเบาหวานก็คือปัสสาวะมากและบ่อยครั้งขึ้น ปัสสาวะกลางดึกบ่อยๆ หิวน้ำบ่อย ดื่มน้ำในปริมาณมาก เหนื่อยง่ายไม่มีเรี่ยวแรง น้ำหนักตัวลดโดยไม่ทราบสาเหตุ โดยเฉพาะถ้าหากน้ำหนักเคยมากมาก่อน ติดเชื้อบ่อยกว่าปกติ เช่น ติดเชื้อทางผิวหนังและกระเพาะอาหาร สายตาพร่ามองเห็นไม่ชัดเจน เป็นแผลแล้วหายช้า ซึ่งหากพบอาการเหล่านี้ ควรรีบพบแพทย์เพื่อรับการเจาะเลือดตรวจให้เร็วที่สุด

รับมืออย่างไร
ส่วนการป้องกันก็คืออย่าทานอาหารรสหวานจัดหมั่นออกกำลังกายสม่ำเสมอ แล้วหากมีบุคคลในครอบครัวเป็นโรคนี้ ควรยิ่งพึงระวังและเข้ารับการตรวจเบาหวานเป็นประจำด้วย

ถ้าสังเกตให้ดีโรคต่างๆ รอบตัวเราล้วนเกิดมาจากการกินอยู่และใช้ชีวิตทั้งนั้น ฉะนั้นเพียงแค่คุณดูแลสุขภาพทุกวันด้วย การทานอาหารครบ 5 หมู่ ออกกำลังกายเป็นประจำ เลี่ยงสิ่งที่ทำให้สุขภาพเสีย สุขภาพดีก็จะเป็นของคุณ

cr.  todayhealth.org