วิธีปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ลูกผสมเดี่ยว Narai-3พลัส

709
SHARE

ข้าวโพดเป็นพืชไร่ที่เจริญเติบโตได้ดีในดินแทบทุกชนิด โดยเฉพาะในดินร่วนปนทรายที่มีการระบายน้ำดี และมีปริมาณแร่ธาตุอาหารพืชอุดมสมบูรณ์ดี พื้นปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ควรจะเป็นที่ดอนหรือเป็นที่ไม่มีน้ำท่วมขัง พื้นที่ปลูกควรจะมีความลาดขันต่ำ
ฤดูปลูก การปลูกข้าวโพดสามารถปลูกได้ดังนี้
ต้นฤดูฝน : ปลูกได้ตั้งแต่ปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเดือนมิถุนายน ตามสภาพฝนแต่ละพื้นที่
ปลายฤดูฝน : ปลูกได้ตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคมถึงกลางเดือนสิงหาคม
ฤดูแล้ง : ปลูกได้ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ถึงเดือนกุมภาพันธ์
ขั้นตอนการปฏิบัติ
1) การเตรียมดิน มีความสำคัญต่อการปลูกข้าวโพด ควรมีการไถพรวนดินให้มีความร่วนซุย เพราะ จะทำให้เมล็ดข้าวโพดงอกได้ดี นอกจากนี้ยังช่วยให้ดิน มีการระบายน้ำได้ดี รากข้าวโพดหาอาหารได้ดี ซึ่งการไถพรวนควรไถอย่างน้อย 2 ครั้ง
1.1 ไถดะ การไถด้วยผาน 3 หรือผาน 4 ควรไถให้ลึกประมาณ 30 cm. แล้วจากไถดะเสร็จควรตากดินไว้ประมาณ 10-15 วัน
1.2 ไถแปร ควรไถด้วยผาน 7 เพื่อย่อยดินก้อนใหญ่ให้แตก ทำให้ดินมีความร่วนซุยมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เมล็ดพันธุ์งอกได้อย่างสม่ำเสมอ
หมายเหตุ ก่อนปลูก ดินควรมีความชื้นที่พอเหมาะ
2) วิธีการปลูก ทำได้ 2 วิธี ดังนี้
2.1. ใช้เครื่องปลูก สภาพดินต้องมีความชื้นพอเหมาะ ในการปลูกควรปรับจานปลูกให้เหมาะสมกับเมล็ด ควรปรับเครื่องปลูกให้มีระยะระหว่างแถว 75 ซม. ระหว่างหลุมประมาณ 20-25 ซม. ใช้เมล็ด 1-2 เมล็ดต่อหลุม หลังจากข้าวโพดงอกแล้วประมาณ 10-15 วัน ให้ถอนแยกเหลือ 1 ต้นต่อหลุม
2.2. ใช้คนปลูก ช่วงสภาพดินมีความชื้นพอเหมาะ ใช้รถไถเล็กหรือรถไถเดินตาม โดยชักร่องให้มีระยะระหว่างร่องประมาณ 75 ซม. แล้วใช้คนหยอดเมล็ดลงในร่องให้มีระยะระหว่างหลุม 25 ซม. แล้วกลบดินหนา 4-5 ซม. โดยใช้เมล็ด 1-2 เมล็ดต่อหลุม หลังจากข้าวโพดงอกแล้วประมาณ 10-15 วัน ให้ถอนแยกเหลือ 1 ต้นต่อหลุม
ใช้คนปลูกระยะการปลูก 70 x 25 ซ.ม.
3) การใส่ปุ๋ย แบ่งได้ 2 ครั้ง เพื่อให้มีธาตุอาหารเพียงพอกับการสร้างผลผลิตได้เต็มที่ ดังนี้
3.1. ปุ๋ยรองพื้น ควรใส่รองก้นหลุม หรือโรยเป็นแถวแล้วกลบพร้อมปลูก ใช้ปุ๋ยสูตร 16-20-0 หรือ 15-15-15 ควรใช้ 25-30 กิโลกรัม/ไร่ปุ๋ยรองพื้น ใช้รถหยอดปุ๋ยยูเรีย
3.2. ปุ๋ยยูเรียใส่ เมื่อข้าวโพดมีอายุ 25-30 วัน ควรมีการใส่ปุ๋ยอีกครั้งหนึ่ง โดยใช้ปุ๋ย 46-0-0 และฉีดปุ๋ยบลู-พลัส ผสม เน็ต-พลัสในอัตราการใช้ 20 cc. ต่อน้ำ 20 ลิตร เพื่อเพิ่มผลผลิตให้สูงขึ้นใช้รถฉีดปุ๋ยบลู-พลัส, เน็ต-พลัส เพื่อเพิ่มผลผลิตให้สูงขึ้น
4) การป้องกันและกำจัดวัชพืชการปลูกข้าวโพดให้ได้ผลดี ต้องมีการควบคุมและกำจัดวัชพืชให้ดีด้วย ซึ่งการควบคุมวัชพืช จะให้ได้ผลดีและประหยัดแรงงานควรมีการใช้สารเคมีร่วมกับการใช้เครื่องจักรกล (หรือแรงงานคน)
4.1 หลังจากปลูกข้าวโพด ก่อนข้าวโพดงอก (และก่อนหญ้างอกหรือหญ้างอกต้นเล็กไม่เกิน3ใบ) ให้พ่นยาควบคุมวัชพืชขณะดินชื้น โดยใช้ยาอาทราซีน 80 ในอัตรา 375-750 กรัม ผสมน้ำ 60-80 ลิตร/ไร่ ผสม อะลาคลอร์ 500-750 cc. ผสมน้ำ 60-80 ลิตร พ่นในพื้นที่ 1 ไร่ ในขณะที่ดินมีความชื้น
4.2. ควรมีการทำรุ่นพูนโคน เมื่อข้าวโพดอายุประมาณ 25 -30 วัน เพื่อเป็นการกำจัดวัชพืชที่งอกใหม่โดยการใช้ผานหัวหมูหรือใช้จอบถาก
5) ความต้องการน้ำของข้าวโพด ข้าวโพดมีความต้องการใช้น้ำตลอดฤดูปลูก ประมาณ 500-600 มิลลิเมตร หรือประมาณ 800-900 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่
5.1 การใช้น้ำครั้งแรกเมื่อปลูก หลังจากไถพรวนเตรียมแปลงเสร็จ ให้น้ำประมาณ 30-40 มิลลิเมตร (50-65 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่) เพื่อให้ดินมีความชื้นพองอก
5.2 การให้น้ำในช่วงระยะการเจริญเติบโตของข้าวโพด ควรให้สัปดาห์ละประมาณ 40-50 มิลลิเมตร (65-80 ลูกบาศก์เมตรต่อไร่ต่อสัปดาห์) ไม่ควรให้น้ำท่วมขังเป็นเวลานาน เพราะจำทำให้ข้าวโพดเหลืองแคระแกร็น ผลผลิตลด และอาจตายได้ ถ้าให้น้ำมากเกินไปควรรีบระบายน้ำออกจากแปลงทันที
6) การเก็บเกี่ยวข้าวโพด การเก็บเกี่ยวอาจทำได้ทั้งใช้แรงงานคน หรือใช้เครื่องเก็บเกี่ยว
1. การเก็บเกี่ยวสด : เมื่ออายุ 105-110 วัน
2. การเก็บเกี่ยวแห้ง : เมื่ออายุ 115-120 วัน
7) การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยวข้าวโพด หลังการเก็บเกี่ยวข้าวโพด ถ้าใช้แรงงานคนเก็บเกี่ยวข้าวโพดเป็นฝัก อาจสีข้าวโพดสดแล้วขายได้ทันที หรือถ้าต้องการเก็บข้าวโพดไว้รอขายเมื่อราคาดีควรเก็บเกี่ยวข้าวโพดที่ความชื้นต่ำ แล้วเก็บไว้ในยุ้งที่มีการระบายอากาศดี หมั่นตรวจสอบดูแลว่าฝักข้าวโพดมีราเกิดขึ้นหรือไม่ ถ้าเริ่มมีราอาจจำเป็นต้องนำฝักข้าวโพดออกตากแดด หรือรีบสีขายก่อนที่ราจะลุกลาม ไม่เช่นนั้นอาจทำให้ขายข้าวโพดได้ราคาไม่ดี

Cr…5a20001.wordpress.com