วิธีปลูกกระเทียม (Garlic)

199
SHARE

กระเทียมเป็นผักที่นำมาใช้ปรุงอาหารในลักษณะของเครื่องเทศที่ให้กลิ่นฉุนและมีรสเผ็ด อีกทั้งยังช่วยในการดับกลิ่นคาวได้เป็นอย่างดี อาหารไทยเกือบทุกชนิดนั้นล้วนแต่มีกระเทียมเป็นเครื่องปรุงเกือบทั้งสิ้น กระเทียมเป็นพืชตระกูลเดียวกันกับหอมหัวใหญ่ แต่มีการสร้างหัวอยู่ใต้ดินที่แตกต่างกัน โดยจะสร้างหัวเป็นหัวเล็กๆ รวมกันอยู่ หัวเล็กๆ นี้เรียกว่า Clove และหัวเล็กๆ นี้ เมื่ออยู่รวมกันแล้วจะมีเหลือกมาหุ้มห่ออีกชั้นหนึ่ง แต่ละ Clove นี้จะสามารถนำไปใช้ในการขยายพันธุ์ได้ และถือว่าเป็นผักเครื่องเทศที่นิยมใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลก

การเตรียมปลูกและวิธีปลูกกระเทียม

กระเทียมนั้นชอบขึ้นและเจริญเติบโตได้ดีในดินที่ร่วนซุย มีความเป็นกรดเป็นด่างของดินปานกลาง คือ ประมาณ 5.5-6.8 ต้องการความชื้นในดินสูงในระยะแรกของการเจริญเติบโต และต้องการดินแห้งตอนหัวแก่ใกล้เก็บเกี่ยว ในการปลูกจะต้องมีแสงแดดเต็มที่ตลอดวัน อุณหภูมิที่เหมาะสมในการเจริญเติบโตอยู่ที่ประมาณ 13-24 องศาเซลเซียส ดังนั้นในประเทศไทยจึงปลูกได้ผลดีในเดือนพฤศจิกายนถึงเดือนมกราคม แต่สามารถเริ่มทำการปลูกได้ตั้งแต่เดือนตุลาคมจนไปสิ้นสุดในเดือนมีนาคม

เนื่องจากเป็นพืชที่มีระบบรากตื้น ดังนั้นในการเตรียมดินควรขุดไถดินให้ลึกประมาณ 15-20 เซนติเมตร และในการเตรียมดินควรใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักลงไปด้วย พร้อมทั้งทำการย่อยดินด้านบนให้ละเอียดแล้วยกแปลงขึ้นให้มีขนาดกว้างประมาณ 1-1.5 เมตร และใช้ระยะห่างระหว่างต้นอยู่ที่ประมาณ 10-15 เซนติเมตร

การปลูกนั้นให้ Clove ซึ่งได้มาจากการแกะออกมาจากหัวใหญ่ ก่อนแกะควรทำการตัดใบที่แห้งและแต่งรากเสียก่อน ไม่ควรใช้หัวเก่าที่เก็บไว้นาน เพราะจะทำให้ต้นที่ได้ไม่สมบูรณ์ ควรใช้หัวที่แก่จัด แห้งสนิท ซึ่งจำนวนที่ต้องใช้อยู่ที่ประมาณ 80-100 กิโลกรัม ต่อพื้นที่ในการปลูก 1 ไร่ และวิธีปลูกกระเทียมนั้นสามารถทำได้โดยการดำลงไปในแปลง ควรทำในขณะที่ดินมีความชื้นและกดให้จมลึกลงไปประมาณ 2 ใน 3 ของกลีบนั้น เสร็จแล้วควรคลุมด้วยฟางหรือหญ้าแห้งให้หนาพอสมควร เพื่อรักษาความชื้นของผิวดินและช่วยในควบคุมวัชพืช

วิธีการดูแลรักษากระเทียม

การให้น้ำและให้ปุ๋ยนั้น หลังจากปลูกลงในแปลงแล้วควรทำการรดน้ำอย่างสม่ำเสมอ อย่าให้ดินขาดความชื้นได้และเมื่อหัวเริ่มแก่ควรงดการให้น้ำ ส่วนการให้ปุ๋ยให้ใช้สูตร N:P:K = 1:1:2 เป็นอัตราของปุ๋ยวิทยาศาสตร์ที่ใช้ในการปลูกกระเทียม เช่น สูตร 10-10-5 และ 13-13-21 ในอัตรา 50-100 กิโลกรัม / ไร่ ขึ้นอยู่กับสภาพความอุดมสมบูรณ์ของพื้นที่ที่ใช้ในการปลูก ในการใส่ปุ๋ยนั้นมักใส่เป็นปุ๋ยรองพื้นก่อนปลูก และอีกครึ่งหนึ่งใส่เมื่อมีอายุได้ประมาณ 30 วัน อย่างไรก็ดีหากต้องการให้เจริญเติบโตได้ดี ควรใส่ปุ๋ยเสริมไนโตรเจนด้วย เช่น ปุ๋ยยูเรียหรือแอมโมเนียมซัลเฟต โดยใส่หลังจากเริ่มปลูกได้ 15 วัน และใช้จำนวนปุ๋ย 25-30 กิโลกรัม / ไร่

การดูและกำจัดวัชพืชนั้นก็เป็นสิ่งสำคัญเพราะหากไม่กำจัด วัชพืชก็จะแย่งปุ๋ยและน้ำ ในการกำจัดวัชพืชนั้นควรทำตอนที่เริ่มลงหัวหรือตอนเตรียมแปลง เพราะหากทำหลังจากนั้นก็จะถูกแย่งปุ๋ยและน้ำได้ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อหัวกระเทียม อย่างไรก็ดี การกำจัดวัชพืชนั้นอาจทำได้อีกวิธี คือ การใช้ยาฆ่าวัชพืช

นอกจากการดูแลในเรื่องน้ำ ปุ๋ยและวัชพืชแล้ว ในการปลูกกระเทียมนั้นจะต้องมีการคลุมดินเพื่อช่วยลดอุณหภูมิของหน้าดินด้วย ซึ่งจะทำให้ดินมีความชุ่มชื้นนานขึ้นและช่วยให้เจริญเติบโตได้รวดเร็ว อีกทั้งยังเป็นการช่วยควบคุมวัชพืชไปในตัว ซึ่งทำให้ประหยัดทั้งเวลา แรงงานและทรัพยากรไปได้มากเลยทีเดียว

การเก็บเกี่ยวกระเทียม

อายุของการเก็บเกี่ยวนั้นขึ้นอยู่กับพันธุ์ที่ใช้ในการปลูก โดยทั่วไปพันธุ์เบาจะใช้เวลาประมาณ 75-90 วัน พันธุ์กลางจะใช้เวลา 90-120 วัน และพันธุ์หนักจะใช้เวลาประมาณ 150 วันขึ้นไป ในการเก็บเกี่ยวนั้นให้สังเกตว่าหัวกระเทียมแก่เต็มที่หรือไม่ โดยการดูว่าใบเริ่มแห้งหรือก้านดอกชูขึ้นมาหรือไม่ หากทิ้งไว้ให้แก่นานเกินไป เมื่อขุดหัวออกมา กลีบจะร่วงหล่นออกจากกันได้ง่ายและคุณภาพก็จะลดลงด้วย

วิธีการเก็บเกี่ยวนั้นสามารถทำได้โดยการถอนหัวด้วยมือจากแปลงออกมา แล้วนำมาผึ่งแดดประมาณ 4-5 วัน ในตอนกลางคืนควรป้องกันการถูกน้ำค้างและฝนด้วย หลังจากผึ่งแดดแล้วให้นำเข้าไว้ในโรงเรือนที่โปร่ง มีการอากาศถ่ายเทได้สะดวก ทั้งนี้ก็เพื่อให้กระเทียมแห้งสนิท ต่อจากนั้นจึงทำความสะอาดและคัดขนาดไปพร้อมๆ กัน แล้วทำการมัดไว้เป็นพวงๆ โดยจัดด้านปลายใบมัดจุกเข้าหากัน แล้วจึงนำไปแขวนไว้ในโรงเรือนเพื่อให้ลดโกรก แต่ต้องระวังไม่ให้โดนน้ำ ละอองน้ำ หรือความชื้นใดๆ โดยเฉลี่ยแล้วจะสามารถเก็บเกี่ยวได้ 1,600 กิโลกรัม / ไร่

Cr…plookphak.com