วิธีปฐมพยาบาลเมื่อโดน “แมงกะพรุนไฟเรือรบโปรตุเกส” พิษรุนแรงที่สุดในโลก

133
SHARE
Portuguese Man O' War (Bluebottle) washed up on the beach.

ไม่ว่าจะเป็นช่วงนี้จะเป็นฤดูท่องเที่ยวหรือไม่ คนไทยส่วนใหญ่ก็ยังไปเที่ยวทะเลกันอยู่เรื่อยๆ ขนาดพี่เจ้าของตัวที่รู้จักยังคอนเฟิร์มเลยว่า “ช่วงโลว์ซีซั่นนี่แหละ คนไทยจองตั๋ว จองที่พักกันรัวๆ” แต่ที่สิ่งที่จะตามมาในช่วงโลว์ซีซั่น หรือช่วงที่มีอัตราการท่องเที่ยวทะเลลดน้อยลง ก็คือ สภาพอากาศที่ไม่ค่อยเป็นใจ นอกจากฝนตกฟ้าร้องเมฆครึ้มไม่สดใสแล้ว เจ้าแมงกะพรุนที่มักมาตามฝนก็อาจทำให้ทริปท่องเที่ยวสุดพิเศษของเรากร่อยลงไปถนัดตา

ที่น่ากลัวคือตอนนี้ เจ้าหน้าที่ใน จ. กระบี่ เริ่มประกาศนักท่องเที่ยวแล้วว่า ให้ระวัง แมงกะพรุนไฟเรือรบโปรตุเกส (Portuguese man-of-war) ซึ่งจัดว่าเป็นแมงกะพรุนไฟสายพันธุ์ Physalia มีชื่อเรียกอีกอย่างว่า แมงกะพรุนไฟหมวกโปรตุเกส จัดเป็นแมงกะพรุนไฟที่มีพิษร้ายแรงที่สุดในโลกมีลําตัวสีชมพูม่วง น้ำเงิน หรือเขียว ยาวประมาณ 25-30 เซนติเมตร รูปร่างของร่มคล้ายเรือใบ ลักษณะภายนอกของลําตัวมีปากยื่นยาวออกมาจากลําตัว และมีหนวด (ยาวได้มากถึง 30 เมตร) ออกมาจากขอบร่มเป็นสายยาว

อันตรายจากพิษของแมงกะพรุนไฟเรือรบโปรตุเกส

แมงกะพรุนไฟเรือรบโปรตุเกส มีพิษที่ทำให้เกิดอาการปวดแสบปวดร้อนเป็นอย่างมาก บริเวณผิวที่สัมผัสกับแมงกะพรุนจะไหม้เป็นรอยแดง นอกจากอาการปวดแสบปวดร้อนแล้ว พิษของมันยังสามารถทำลายระบบประสาท ผิวหนัง หัวใจ และความเป็นพิษที่รุนแรงที่สุด คือ ทําให้เสียชีวิตได้เลยทีเดียว

man-of-war-2

อย่างไรก็ตามจากสถิติที่ผ่านมาโอกาสที่ผู้สัมผัสแมงกะพรุนไฟเรือรบโปรตุเกสจะมีอาการมากจนถึงกับเสียชีวิตนั้นพบได้ค่อนข้างน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับการเสียชีวิตจากแมงกะพรุนกล่อง แต่ก็ก่อให้เกิดอาการปวดแสบ และอาจเป็นอันตรายหากไม่ได้รับการปฐมพยาบาลอย่างถูกต้อง

วิธีปฐมพยาบาลเมื่อโดน “แมงกะพรุนไฟเรือรบโปรตุเกส”

  1. นําผู้บาดเจ็บขึ้นจากน้ำ
  2. ใช้วัสดุแข็ง เช่น กระดาษ บัตร ไม้เขี่ยหนวดออกจากบริเวณที่สัมผัส โดยห้ามใช้มือสัมผัสโดยตรง
  3. ห้ามนวด ถูหรือทายาใดๆบริเวณที่โดนสายแมงกะพรุนถึงแม้ว่าอาจมองไม่เห็นว่ามีหนวดแมงกะพรุนหลงเหลืออยู่แล้ว เนื่องจากยังมีโอกาสที่จะมีถุงพิษเล็กจํานวนมากอยู่บนบริเวณผิวหนังโดยที่มองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งถุงพิษเหล่านี้จะถูกกระตุ้นเมื่อมีแรงกดทับที่ผิวบริเวณนั้น ทําให้เกิดการยิงเข็มพิษเข้าสู่ร่างกาย และทําให้เกิดอาการมากขึ้น
  4. ราดผ่านด้วยน้ําทะเล เพื่อให้หนวดที่ติดอยู่ออกไปให้มากที่สุด
  5. ถ้าเป็นไปได้ให้ใช้ยาชาชนิดพ่นในการลดอาการปวด เพื่อหลีกเลี่ยงการที่ต้องถูนวดบริเวณที่สัมผัสแมงกะพรุน ในกรณีที่ไม่มียาชาชนิดพ่น ใช้น้ำแข็งประคบเบาๆเพื่อลดอาการปวด
  6. ถ้ามีอาการรุนแรง เช่น เริ่มรู้สึกหายใจลําบาก หรือเริ่มหมดสติให้รีบนําตัวส่งโรงพยาบาล

หากไม่อยากไปทะเลแล้วเจอแมงกะพรุน (ไม่ว่าจะชนิดใดก็ตาม) ควรหลีกเลี่ยงการไปเที่ยวทะเลในช่วงฤดูฝน เพราะเป็นช่วงที่พบแมงกะพรุนได้บ่อย และมีจำนวนมาก แต่หากเจอกับพิษของแมงกะพรุนเข้าอย่างจังโดยบังเอิญจริงๆ ให้ระวังอย่าสัมผัสโดนแมงกะพรุน และผิวบริเวณที่โดนแมงกะพรุนทุกชนิด แล้วรีบพบแพทย์จะดีที่สุดค่ะ

man-of-war-3CR.sanook.com