วิธีดูแลสุขภาพช่องปากลูกวัยเตาะแตะแบบ step by step

381
SHARE

วิธีดูแลสุขภาพช่องปากลูกวัยเตาะแตะแบบ step by step

การเริ่มฝึกให้ลูกรักวัยเตาะแตะดูแลสุขภาพปากและฟันอย่างถูกต้องตั้งแต่เด็ก ๆ จะเป็นการส่งผลต่อสุขภาพภายในช่องปากให้ดีได้ในระยะยาว วิธีที่พ่อแม่สามารถปกป้องและดูแลสุขภาพช่องปากของลูกวัยเตาะแตะทำได้ด้วยขั้นตอนนี้

Step 1 หลีกเลี่ยงฟันผุจากขวดนม

Step 1 หลีกเลี่ยงฟันผุจากขวดนม

 หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดฟันผุในเด็กเล็กอย่างมากมายและรุนแรงที่พบบ่อยที่สุดนั่นก็คือ “การผุจากขวดนม” หากคุณแม่ปล่อยให้ลูกน้อยนอนหลับในขณะที่มีขวดนมอยู่ในปากตลอดทั้งคืน จะส่งผลทำให้ฟันของลูกสัมผัสกับน้ำนมซึ่งเปลี่ยนเป็นน้ำตาล ทำให้แบคทีเรียทำปฏิกิริยากับน้ำตาลและเกิดการละลายของสารเคลือบฟันของเด็ก นี่จึงเป็นสาเหตุที่ ทำไมกุมารแพทย์และทันตแพทย์หลาย ๆ คนแนะนำให้พ่อแม่นั้นใหย่าจากขวดนมลูกเมื่ออายุ 1 ปี และหันไปใช้การดื่มจากขวดหรือแก้วหัดดื่มแทน
Step 2 ฝึกให้ลูกน้อยมีนิสัยรักการแปรงฟัน
Step 2 ฝึกให้ลูกน้อยมีนิสัยรักการแปรงฟัน
เพื่อการรักษาสุขอนามัยในช่องปากที่ดี วิธีที่ดีที่สุดคือการเริ่มต้นฝึกให้ลูกรู้จักแปรงฟันวันละ 2 ครั้ง โดยใช้แปรงสีฟันและยาสีฟันที่เหมาะสมกับวัย ในขณะที่คุณแม่รู้ว่าลูกน้อยยังไม่มีความชำนาญมากพอที่จะแปรงฟันด้วยตัวเองได้ดี หรือปฏิเสธการแปรงฟัน ลองให้ลูกได้แปรงฟันด้วยตัวเองก่อน 1 ครั้ง และค่อยมาแปรงฟันซ้ำให้ลูกอีกครั้ง
Step 3 ใช้แปรงสีฟันที่เหมาะสมStep 3 ใช้แปรงสีฟันที่เหมาะสม
อย่ามองข้ามกับเรื่องเล็กอย่าง แปรงสีฟันของลูก เพราะมันมีจะมีผลต่อความชอบหรืออยากแปรงฟันของลูกแน่ ๆ ในปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์แปรงสีฟันสำหรับเด็กอยู่มากมายในท้องตลาด ซึ่งสิ่งที่คุณแม่ต้องคำนึงในการเลือกซื้อก็คือ ขนาด, ความเหมาะมือ, และขนาดของหัวแปรงที่เล็กและสามารถเข้าทำความสะอาดถึงพื้นผิวของฟันของเด็ก ๆ ได้อย่างทั่วถึง
Step 4 ใช้ยาสีฟันที่เหมาะสม
สำหรับเด็กเล็ก ขอแนะนำให้เริ่มต้นด้วยการใช้ยาสีฟันสำหรับเด็กที่ปราศจากฟลูออไรด์ เมื่อลูกเริ่มรู้จักการแปรงฟันและไม่กลืนยาสีฟันแล้ว ค่อยเริ่มใช้ยาสีฟันสูตรสำหรับเด็กที่มีฟลูออไรด์น้อย ซึ่งจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันฝันผุได้ดีกว่า สำหรับปริมาณยาสีฟันที่เหมาะสมกับลูกที่อายุน้อยกว่า 3 ขวบ ควรใช้ยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ 500 ppm บีบใช้เท่าเมล็ดถั่วเขียวแปรงให้ลูก จากนั้นล้างหรือเช็ดออก
Step 5 กินอย่างถูกต้อง
เด็กเล็ก ๆ ส่วนใหญ่มักจะชื่นชอบอาหารที่มีความหวานโดยธรรมชาติ ซึ่งทั้งนมและขนมก็จะมีน้ำตาลอยู่แล้ว โดยเฉพาะการใช้ของหวานเป็น “รางวัล” สำหรับเด็ก เพราะสิ่งที่ส่งผลก็คือ การบริโภคน้ำตาลในปริมาณที่มาก จะเป็นสาเหตุหลักของการเกิดฟันผุให้กับลูกได้ ดังนั้นควรพยายามที่จะให้ลูกตัวน้อยของคุณพ่อคุณแม่หลีกเลี่ยงการกินขนมจุกจิกที่นำมาซึ่งความหวาน และควรใช้ผ้าชุบน้ำหมาด ๆ ทำความสะอาดฟันของลูกในกรณีที่ยังไม่สามารถแปรงฟันได้หลังจากกินนมหรือกินอาหารอื่น ๆ เสร็จแล้ว
Step 6 ทำตัวเป็นแบบอย่างที่ดี
จริง ๆ แล้วลูกตัวเล็กของพวกเราสามารถที่จะโน้มน้าวจิตใจหรือฝึกเขาได้ง่าย ด้วยการที่พ่อแม่ทำให้ลูก ๆได้เห็นตัวอย่างจากการแปรงฟันและดูแลรักษาอนามัยในช่องปาก เด็ก ๆ ส่วนใหญ่จะฟันไม่ผุ หากกว่าพวกเขาได้แปรงฟันร่วมกันพ่อแม่เป็นประจำทุก ๆ วัน
Step 7 การใช้จุกนมหลอก
การใช้จุกนมหลอกเป็นระยะเวลานาน ๆ นั้นสามารถที่จะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของโครงสร้างในช่องปากของเด็กที่ไม่อาจแก้ไขได้ ในระหว่างการดูดจุกนมอาจทำให้กรามเสียรูปและเป็นเหตุให้ฟันนั้นเสียตำแหน่งไป นอกจากนี้การให้ลูกใช้จุกนมหลอกนานเกินไปอาจทำให้หย่าจุกนมได้ยากในภายหลังด้วย
Step 8 ตรวจสุขภาพฟันเป็นประจำ
ตามคำแนะนำของแพทย์ เพื่อสุขภาพปากและฟันที่ดี คุณแม่ควรพาลูกน้อยไปพบหมอฟัน ประมาณ 6 เดือน หลังจากที่ลูกมีฟันน้ำนมซี่แรกขึ้น เพื่อรับคำแนะนำในการดูแลทำความสะอาดฟัน และเมื่อฟันน้ำนมขึ้นครบ 20 ซี่ ก็หมั่นไปพบทันตแพทย์ทุก 6 เดือน เพื่อให้ทันตแพทย์ทำความสะอาดช่องปาก เคลือบฟันด้วยฟลูออไรด์ และอาจเคลือบหลุมร่องฟันด้วยพลาสติกหรือรักษาอย่างอื่น การฝึกโดยการพาเด็กเล็กไปตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอจะช่วยทำให้ลูกคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมภายในคลินิกทันตกรรมและทำให้เด็กรู้สึกสนุกในการไปทำฟันแทนที่จะรู้สึกกลัว ซึ่งการป้องกันไว้ก่อนนั้นเป็นทางเลือกที่ดีกว่าการต้องมาคอยรักษาทีหลังนะคะ
cr. th.theasianparent.com