“พวงทองฟาร์ม” แนะแนวเลี้ยงกุ้งก้ามแดง

819
SHARE

“กริช สุพาสอน” น้อมนำแนวพระราชดำริหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ ทำฟาร์มเกษตรผสมผสาน “พวงทองฟาร์ม” บุกเบิกเลี้ยงกุ้งก้ามแดงตามแบบชีววิถี พร้อมใช้ “ทฤษฎีหลุมขนมครก” สร้างบ่อดินกักน้ำในพื้นที่เลี้ยงกุ้งก้ามแดง-กุ้งฝอย-หอยขม-ปูนา-ปลา-นาข้าวแบบชีววิถีใช้ทุนต่ำ ขายกำไรดี
คุณหมี หรือ คุณกริช สุพาสอน ผู้น้อมนำแนวพระราชดำริหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและเกษตรทฤษฎีใหม่ ทำฟาร์มเกษตรผสมผสาน “พวงทองฟาร์ม” และเป็นผู้บุกเบิกเลี้ยงกุ้งก้ามแดงตามแบบชีววิถีเลียนแบบธรรมชาติเพื่อลดต้นทุน อีกทั้งใช้ “ทฤษฎีหลุมขนมครก” เก็บกักน้ำเลี้ยง กุ้งก้ามแดง-กุ้งฝอย- หอยขม-ปู-ปลา-นาข้าว ทำให้ได้ผลผลิตกุ้งก้ามแดงตัวใหญ่ และปูนาพันธุ์ใหม่!! จนกลายเป็นที่รู้จัก
ด้วยศักยภาพทั้งองค์ความรู้ด้านการทำเกษตร แนวคิด ทักษะในการถ่ายทอดองค์ความรู้รวมถึงประสบการณ์ในการทำงาน (ฝ่ายพัฒนาส่งเสริมอาชีพให้แก่ลูกค้าธนาคารฯ) ทำให้คุณหมีมีความเข้าใจหัวอกของเกษตรกร โดยเฉพาะเกษตรกรที่เป็นหนี้ได้อย่างดี
ปัจจุบันนอกจากคุณหมี จะทำงานประจำเป็นเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาอาชีพ ของ ธ.ก.ส. ประจำสาขา จ.ยโสธร เขายังได้รับเลือกให้เป็น “เกษตรกรพี่เลี้ยง” ในโครงการ “เกษตรหนึ่งใจ ให้พี่เลี้ยง เพื่อการดำรงชีวิต ด้วยเกษตรผสมผสานตามแนวพระราชดำริ หลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” และเปิดบ้านเป็นแหล่งเรียนรู้ของพี่น้องเกษตรกรที่สนใจ การเลี้ยงกุ้งก้ามแดงแบบชีววิถี ให้เข้าไปศึกษาดูงานได้โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

ทางด้านพื้นที่ การทำบ่อเพาะเลี้ยง ที่นี่จะใช้บ่อดินและบ่อรองผ้ายาง โดยมีการนำทฤษฎีหลุมขนมครกมาผสมผสานเพื่อช่วยเก็บกักน้ำในบ่อดิน ซึ่งปัจจุบันมีอยู่ราว 11 บ่อ (ขนาดความกว้าง x ยาว ของแต่ละบ่อจะขึ้นอยู่กับพื้นที่ หรือ พื้นที่ 1 ไร่ : บ่อดิน 7 บ่อ) จากนั้นสร้างระบบนิเวศน์เลียนแบบธรรมชาติ เช่น ปลูกต้นไม้ ใส่พืชน้ำ ปล่อยกุ้งฝอย หอยขม ปูนา ลงบ่อ โดยอัตราส่วนของจำนวนสัตว์น้ำคร่าวๆ คือ กุ้งก้ามแดง 10 ตัว : พื้นที่ 1 ตารางเมตร ปูนาตัวเมีย 5 ตัวผู้ 2 : บ่อ ส่วนกุ้งฝอย และหอยขมใช้กะปริมาณตามความเหมาะสม


“ตอนนี้ในบ่อกุ้งผมจะมีสัตว์น้ำหลากหลาย อย่าง เลี้ยงกุ้งก้ามแดง 4 สายพันธุ์ ทำให้ได้กุ้งก้ามแดงพันธุ์ใหม่ตัวใหญ่ โตเร็ว และยังมีผลผลิตจากกุ้งฝอย ปูนา ซึ่งปูนานี่บังเอิญมากเพราะเขามาอยู่เองในตอนแรก และพอเห็นว่าเขาอยู่กับกุ้งได้ผมจึงเริ่มเพาะเลี้ยง คือในบ้านเราปูนาก็ขายดี และตอนนี้ก็หากินยาก แถมปูของเราไม่เหมือนที่อื่นเพราะเป็นปูธรรมชาติ 2 พันธุ์ผสมกัน (ปูขนและปูภูเขา) ทำให้ได้ปูตัวใหญ่ กระดองมีลวดลายสวย ซึ่งหลังผ่านฤดูฝน (วางไข่) นับไปอีก 3-4 เดือนจะเป็นฤดูจำศีลปูนาจะอร่อยเหมาะเอามาขาย หรือจะรอเก็บขายช่วงแพงในช่วงฤดูหนาวก็ได้ (ขายกิโลกรัมละ 200-300 บาท) เพราะเขาอยู่ในบ่อ ซึ่งบ่อผมจะมีโครงไม้ไผ่และตาข่ายล้อมสูง 2 เมตรป้องกันพวกเขาปีนหนีอยู่แล้ว”

 

Cr…kaset.nakaintermedia.com