ปลูกผักหวานป่าตามภูมิปัญญาของคนอีสาน

666
SHARE

ขึ้นชื่อว่า “ผัก” หลายคนออกอาการยี้ขึ้นมาทันที เพราะความขมของผักทำให้ใครหลายคน ไม่ชอบทานผัก รวมทั้งเด็กๆ ด้วย แต่ก็ใช่ว่าผักทุกชนิดจะขม และผักที่มีรสชาติขมจะทำให้มันลดความขมลงไม่ได้ ฉะนั้นการไม่ชอบกินผักมันเป็นแค่ความกลัวของเราเท่านั้น หากเราลองเปิดใจดู ผักนอกจากจะมีประโยชน์มากมายแล้ว ผักบางชนิดก็มีรสชาติที่ไม่เลวเหมือนกันนะ

ผักหวาน คืออะไร? ผักหวานเป็น ผักที่ใช้ปรุงเป็นอาหารได้หลายชนิด และยังเป็นพืชสมุนไพร มีคุณค่าทางโภชนาการสูง เป็นแหล่งของโปรตีน วิตามินซี (vitamin C) บีตา-แคโรทีน ซึ่งช่วยในการมองเห็น บำรุงสายตา และมีสรรพคุณเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) มีแคลเซียมและฟอสฟอรัสสูง ช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรงและ มีเส้นใยอาหารช่วยในการขับถ่ายอีกด้วย

ถ้าคิดจะปลูกผักหวานป่า คงเป็นเรื่องยากสำหรับหลายๆ คนที่คิดจะปลูก เพราะเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า ผักหวานป่าเป็นพืชผักที่ปลูกยากและตายง่าย แต่ว่าด้วยรสชาติของผักหวานที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในแวดวงผักพื้นบ้านของไทย  เราจึงอยากนำเสนอการปลูกผักหวานป่า ตามภูมิปัญญาของคนอีสานกัน

การปลูกผักหวานป่า ของคุณสุชาติ ไชยสุข  ที่ ต.นาโก อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ เป็นการปลูกโดยใช้ไม้นำหรือไม้พี่เลี้ยง ซึ่งได้แก่ ต้นตะขบที่เราๆ รู้จักกันเป็นอย่างดี เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่า  ผักหวานป่าตามธรรมชาตินั้นเขาสามารถขึ้นได้และเจริญเติบโตได้จะต้องพึ่งพาต้นไม้ใหญ่คอยให้ร่มเงา  การนำผักหวานบ้านมาปลูกเดี่ยวๆ กลางแจ้งก็หาที่กำบังแดดให้ก็ตามแต่ ก็ไม่สามารถชดเชยการพึ่งพาอาศัยกันตามหลักธรรมชาติได้เลยแม้แต่น้อย

ตามหลักของเกษตรกรตัวอย่างดังกล่าว การเว้นระยะห่างของการปลูกผักหวานน่าจะอยู่ที่ 3-4 เมตร  วิธีการปลูกก็เตรียมหลุมและต้นพันธุ์ตะขบ โดยใช้ ต้นตะขบ 1 ต้น + ผักหวาน 1 ต้น ต่อ 1 หลุม สรุปว่า  1 หลุมปลูก จะมีต้นไม้อยู่ด้วยกัน 2 ต้น และไม่ต้องกลัวว่ามันจะแย่งอาหารกันนะคะ แต่มันเป็นการปลูกโดยใช้หลักของการพึ่งพาอาศัยกัน ซึ่งผักหวานที่มีอายุประมาณ 7 เดือน จะได้ต้นตะขบที่โตแล้ว  สูงกว่า 1 เมตร เทียบกันแล้วผักหวานป่าจะเล็กมาก แต่ไม่ต้องกลัวว่าผักหวานจะไม่โต  เราก็แค่รดน้ำใส่ปุ๋ยตามปกติ  เดี๋ยวก็ค่อยๆ แตกยอดอ่อนเองค่ะ เมื่อผักหวานป่าเจริญเติบโตเต็มที่ให้เราเก็บได้เลย

จะเห็นได้ว่า การปลูกผักหวานป่า ก็ไม่ได้ว่าจะยากขนาดนั้น เพียงแค่คุณรู้จักวิธีการปลูกว่าเป็นอย่างไร เท่านี้ก็จะสามารถมีพืช แถมยังเป็นพืชสมุนไพรไว้รับประทานกันอย่างสบายอุราแล้ว

ที่มา : www.kasetporpeang.com

ที่มารูปภาพ : bighealthyplant.com, www.vigotech.co.th, www.medhealthme.com