ปรากฏการณ์ ลึกลับสะท้านโลก Crop Circles

199
SHARE

เหตุการณ์ นี้เกิดขึ้นที่หลายๆประเทศทางแถบยุโรป ที่ทุ่งข้าวโพด ข้าวสาลี หรือว่าข้าวบาเล่ห์ในทุ่งกว้าง แห่งหนึ่ง ที่วันดีคืนดีต้นพืชทั้งหลายเกิดล้มลง เป็นจำนวนมากและเมื่อมองจากมุมสูงกลับเป็นรูปทรงเรขาคณิตที่ซับซ้อน สวยงาม คำถามที่เกิดขึ้นคือ ใครเป็นคนทำ  ใช้อะไรในการทำ และมันทำได้อย่างไร

ครอปเซอร์เคิล (Crop Circles)

วงข้าวโพดล้ม หรือ ครอปเซอร์เคิล (crop circle) เป็นคำที่ใช้อธิบายถึงรูปแบบพืชที่ล้มลง ซึ่งเริ่มต้นจาก ข้าวโพด โดยคำนี้รวมถึง ข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ถั่วเหลือง วงข้าวโพดล้มนี้พบได้หลายแห่งทั่วโลก ลักษณะการเกิดโดยรวมๆ คือ เกิดตามท้องทุ่งธัญพืช ซึ่งจะเป็นการล้มของต้นพืชมากมาย และออก มาเป็นรูปทรงต่างๆ และถ้าสังเกตจากต้นพืชที่ล้มลง ก้านนั้นจะไม่หักเลยทีเดียวแต่จะงอไปทางขวา ซึ่งจะเกิดขึ้นบริเวณหนึ่งนิ้วจากพื้นดินก่อนที่จะถึงข้อแรกของลำ ต้น ต้นไม้เหล่านี้เหมือนจะถูกกระทำจาก ความร้อนที่ร้อนในช่วงเวลาสั้นๆซึ่งจะทำให้ต้นพืชนั้นอ่อนตัวลงและก็งอเป็น มุม 90 องศาโดยที่การงอนั้นคงเดิมและไม่ทำให้เกิดการ เสียหายกับต้นพืช ซึ่งนักพฤกษศาสตร์ไม่สามารถอธิบาย ได้ว่าเป็นเพราะอะไร

รายงานครั้งแรกเกิดเมื่อครอปเซอร์เคิล ถูกค้นพบครั้งแรกในปี 1678 ที่เฮิร์ทฟอร์ดเชียร์ อังกฤษ ไม่มีใครอธิบายได้ว่าใครหรืออะไรทำให้มันเกิดขึ้น

จากนั้นปลายศตวรรษที่ 17 ก็มีรายงานการค้นพบครอปเซอร์เคิลมาก ขึ้นเรื่อยๆ และเริ่มมีประเด็นมนุษย์ต่างดาวมาใช้ในการสันนิษฐานการเกิดเหคุการณ์นี้

ปี 1972 ณ ประเทศอังกฤษ อาเทอร์ ชัตเติลวูด(Arthur Shuttlewood) กับ บริซ บอนด์(Bryce Bond) ซุ่มซ่อนตัว บริเวณเนินเขาสตาร์ฮิล ใกล้เวสมินเตอร์ เพื่อเฝ้าดูปรากฏการณ์แสงประหลาด ซึ่งเกิดขึ้นในแถบนั้นมานานเกือบทศวรรษ เชื่อกันว่ามันคือยูเอฟโอ คืนนั้นทั้งสองผิดหวังเมื่อไม่พบแสงประหลาด แต่ได้รับการชดเชยด้วยร่องรอยบางอย่างที่อาจเกี่ยวข้องกัน นั่นคือ พืชที่ล้มเป็นวงกลม จนกลายเป็น ครอปเซอร์เคิล (crop circle)

จาก นั้นเป็นต้นมาก็มีการรายงานเหตุการณ์เหมือนๆ กันนี้มากกว่า 200 เหตุการณ์ทั่วโลก ในช่วงก่อนปี 1970 มีผู้เห็นเหตุการณ์กว่า 80 คนใน ออสเตรเลีย และ อังกฤษ อเมริกา ได้กล่าวว่า ครอปเซอร์เคิล นั้นเกิดขึ้นในช่วง เวลาเพียงแค่ 20 วินาที และได้เห็น ลูกบอลเรืองแสงที่มีสีสันจากความร้อนได้เกิดขึ้นก่อนการเกิด ครอปเซอร์เคิล ในบางโอกาส มีลำแสงพุ่งลงมายังท้อง ทุ่ง ได้ทำให้ต้นธัญญาพืชโค้งงอและจัดเรียงตัวเป็น รูปทรงเรขาคณิตภายในเวลาน้อยกว่า 15 วินาที และส่วนใหญ่คนที่เห็นเหตุการณ์นี้จะเป็นพวกเกษตรกร

ในทศวรรษที่ 1980 ได้มีการค้นพบครอปเซอร์เคิลมากขึ้น โดยเฉพาะรอบๆเมืองวอร์มินสเตอร์(Warminster) ในช่วงต้นของทศวรรษนี้รูปทรงของมันก็ยังคงเหมือนเดิม คือเป็นวงกลมหยาบๆ โดย 90%เปอร์เซนต์ของการรายงาน การเกิด ครอปเซอร์เคิล ในทางตอนใต้ของอังกฤษ นั้นจะเป็นรูปทรงวงกลม วงกลมกับวงแหวน ออกมาคล้ายๆกับสัญลักษณ์

หลัง จากปี 1990 รูปแบบของ ครอปเซอร์เคิล จะซับซ้อนมาก นอกจากความซับซ้อนจะเพิ่ม ขึ้น ขนาดก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย ในบางแห่งนั้นกินวงกว้างถึง 200,000 ตาราง ฟุต มีทั้ง เส้นตรง , รูปเหลี่ยม และวงแหวนรูปขดเป็นวง

จนถึงปัจจุบัน มีครอปเซอร์เคิลเกิดขึ้นในช่วงฤดูร้อนที่อังกฤษรวมแล้วประมาณ 10,000 แห่ง ส่วนใหญ่เกิดทางภาคใต้ และ 90 เปอร์เซนต์อยู่ในรัศมี 50 ไมล์จากสโตนเฮน(Stonehenge) ครอปเซอร์เคิลบางแห่ง สื่อความหมายเกี่ยวกับจักรวาล แกแล็คซี่ บางแห่งสื่อความหมายเกี่ยวกับหายนะของโลกจากอาวุธนิวเคลียร์ และบางแห่งสื่อความหมายเกี่ยวกับผลร้ายของการทำลายสภาพแวดล้อม

ในวันที่ 17 สิงหาคม 2001 นักวิจัยครอปเซอร์เคิลต้องตะลึงกับครอปเซอร์เคิลรูปแบบใหม่สองแห่งในทุ่ง ข้าวโพดใกล้กล้องโทรทรรศน์วิทยุ Chilbolton ที่ Hampshire อังกฤษ มันเป็นภาพกราฟิกของสัญญาณวิทยุที่ส่งจากโลกไปยังกลุ่มดาว M13 อีกแห่งหนึ่งเป็นภาพหน้าคนที่คล้ายภูเขาหน้าคนบนดาวอังคาร ยิ่งไปกว่านั้นเมื่อครบรอบปี ได้เกิดครอปเซอร์เคิลแบบนี้ขึ้นอีก มันคือครอปเซอร์เคิลที่แสดงภาพของ E.T. ห่างจากที่ ตั้งกล้องโทรทรรศน์ Chilbolton ราว 9 ไมล์

ในวันที่ 15 สิงหาคม 2002 นักวิจัยได้พบเบาะแสบางอย่างที่อาจคลี่คลายปริศนานี้ได้ นั่นคือการพบความผิดปกติในลำต้นของพืชในครอปเซอร์เคิล ที่พวกเขาอ้างว่าสามารถแยกแยะความแตกต่างระหว่างของจริงกับที่มนุษย์สร้าง ขึ้นได้ ครอปเซอร์เคิลของจริงนั้นลำต้นของพืชที่ล้มซึ่งอยู่เหนือพื้นดินประมาณ 1 นิ้ว มีลักษณะโค้งงอไม่แตกหัก นอกจากนั้นโครงสร้างของเซลล์(cell Pit) ยัง เปลี่ยนแปลง คือเซลล์ขยายตัวเหมือนได้รับความร้อน ด๊อกเตอร์ วิลเลียม เลเวนกูด (William C. Levengood) เชื่อว่าไม่ว่าอะไรก็ตามที่ทำให้เกิดครอปเซอร์เคิล มันต้องใช้พลังงานที่เร็วและหนาแน่นจนทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเซลล์ นักวิจัยเชื่อว่าพลังงานที่ว่านั้นน่าจะเป็นไมโครเวฟ ทฤษฎีนี้เรียกว่า Microwave Transient Heating นักวิจัยยังอ้างการศึกษาผลกระทบของพืชในครอปเซอร์เคิล เปรียบเทียบกับพืชที่อยู่ใกล้เคียงซึ่งพบว่า เมล็ดพืชในครอปเซอร์เคิลมีอัตราการเจริญเติบโตเร็วกว่าเมล็ดพืชบริเวณใกล้ เคียงถึง 45 เปอร์เซ็นต์

Cr.clipmass.com