นั่งเรือยอชต์เที่ยวทะเลภูเก็ต ต่างกันไม่ใช่แค่หรู แต่คือความฟินสุดๆ

324
SHARE

ไปภูเก็ตคราวนี้ได้เปลี่ยนมุมมองใหม่ครับ สมัยก่อนไม่เคยได้นั่ง ก็เข้าใจผิดมาตลอด เมื่อก่อนเคยคิดจะว่าเรือยอรช์ คือเรือหรู เรือท่องทะเลลำหรูสำหรับคนรวยเขานั่งกัน ก็คิดแค่นั้น เข้าใจเองแค่นั้น เพิ่งมารู้คราวนี้ว่า ที่ต่างกันกับเรืออื่นมันไม่ใช่แค่ความหรู แต่มันคือบรรยากาศการท่องเที่ยว ทะเลที่ฟินสุดๆ ไม่เหมือนใคร

หลายคนพอนึกถึงเที่ยวทะเล เที่ยวเกาะ ในใจก็ คิดถึงภาพเรือสปีดโบ๊ทลำใหญ่ ที่อัดกันลงไป ในห้องท้องเรือแล้วกระแทกโครมๆ ไปตามคลื่น ด้วยความเร็วสูง เรือแบบนี้อาจจะไปเร็วก็จริง แต่ว่า ไม่ใช่ วิธีเดินทางที่ดีที่สุดในท้องทะเล โดยเฉพาะเที่ยวกลับฝั่งขาบ่ายที่จะมีคลื่นลมแรงกว่้าตอนเช้า แล้วเรือสปีดโบ๊ทที่เรานั่งก็จะกระแทก กับท้องคลื่นแรงกว่าเรือแบบอื่น

ลืมภาพแบบนั้นไปให้หมดครับ คราวล่าสุดที่ไปภูเก็ตนี้ ผมมีโอกาสไปนั่งเรือยอร์ชแบบคาตามารันที่เป็นเรือ 2 ลำตัว หรือ 2 ลำเรือมาจัดวางขนานกัน ใช้ทั้งเครื่องยนต์และกางใบได้ ถ้าลมฟ้าเป็นใจ ต้องขอขอบคุณคุณวุฒิจากแฮบปี้ยอรชท์ ที่ชวนไปเปิดหูเปิดตา

หนนี้เป็นครั้งแรกที่ได้ รู้สึกถึงความต่างของบรรยากาศการเที่ยวทะเล ก่อนที่จะได้นั่งเรือยอร์ชแบบคาตามารัน สมัยก่อนเวลานั่งเรือเที่ยวทะเลไปเกาะต่างๆ มันมี ช่วงน่าเบื่อตรงระหว่างทางที่เคยโดยสารด้วยสปีดโบ๊ทเป็นช่วงที่ต้องคอยจับราวข้างที่นั่ง แล้วรองรับการกระแทก ตลอดเวลา วิวก็ไม่ได้เห็นอะไร เพราะน้ำทะเลกระเซ็นตลอดเวลา หรือเดินทางด้วยเรือหัวโทงที่เป็นเรือหางยาวท้องทะเลอันดามัน ที่จะต้องโล้โต้คลื่นโยกไปมาและเหมาะกับเส้นทางใกล้ๆ

มาคราวนี้ที่ได้นั่งเรือยอร์ช เพิ่งรู้สึกเป็นครั้งแรกว่าได้ดื่มด่ำบรรยากาศของการเดินทางระหว่างเกาะ หรือเดินทางในท้องทะเลเป็นครั้งแรก ได้เห็นทะเลในแบบที่เป็นทะเล อย่างที่เรือใบสมัยก่อนในหนังโจรสลัดอย่างแท้จริง

เรือ 2 ลำตัว ช่วยให้ ไม่โคลง ไม่เมาคลื่น ยิ่งท้องทะเลด้านใต้ของเกาะภูเก็ต ช่วงระหว่างอ่าวฉลอง ไปจนถึงแหลมพรหมเทพ เกาะโล้น เกาะเฮ เกาะไม้ท่อนที่เป็นแหล่งท่องเที่ยว ไปจนถึงแหลมพันวาและอ่าวพังงา เป็นพื้นที่ที่มีเกาะแก่งบังคลื่นลม ก็ ยิ่งทำให้ ชิลล์เวลานั่งเรือ ยิ่งขึ้นไปอีกเพราะว่าทะเลส่วนใหญ่จะราบเรียบ

ยิ่งถ้า ช่วงไหน ที่สามารถกางใบได้เต็มแล้วดับเครื่องยนต์ จะรู้สึกถึงความฟินที่เรือแล่นตัดผ่านน้ำแบบไร้เสียงเครื่อง มีแต่ลมพัดผ่านไป บรรยากาศบนตัวเรือ ยังสามารถ มานั่งกินลมชมวิว โพสท่าถ่ายรูป ติดเครื่องดื่มชมธรรมชาติได้ในแบบที่ไม่โคลงเคลง ไม่ต้องกัดฟัน รับแรงกระแทกเหมือนนั่งเรือสปีดโบ๊ท

ใครที่ยังไม่เคยนั่งเรือแบบนี้แนะนำว่าน่าจะลองดูครับ สมัยนี้ค่าโดยสารไม่แพงเหมือนเมื่อก่อนถึงแม้อาจจะ ยังไม่ ถึงขั้นขนาดเหมาลำได้เองถ้าไม่รวยพอ แต่ถ้ารวมเป็นกลุ่มใหญ่ เป็นหมู่คณะหรือว่า เป็นการเที่ยวของบริษัท อะไรแบบนั้น ก็มีค่าใช้จ่ายค่าเรือเป็นหลักหมื่นที่ประหยัดลงกว่าสมัยก่อนเยอะ คำนวนให้ดี บางทีแพงกว่าเที่ยวเรือสปีดโบ๊ตไม่มากนัก

เรือแบบนี้แถวพัทยาก็มีบริการ แต่แถวนั้นจะไม่ค่อยมีเกาะให้เที่ยว ผิดกับทางทะเลแถวภูเก็ต และอ่าวพังงา มีเกาะหลายแห่งให้แวะเที่ยวครับ ไม่ว่าจะเป็นเกาะโหลน เกาะเฮ เกาะไม้ท่อนและอีกหลายเกาะ รวมทั้ง คุ้งอ่าวหลบลมหลายแห่ง ที่ แวะไปจอดกินลมชมวิวกินข้าวกลางทะเล หรือชมพระอาทิตย์ตก ที่หน้าแหลมพรหมเทพ

ผมเห็นที่ผ่านมา มีแต่นักท่องเที่ยวฝรั่งกับจีนที่มาสัมผัสบรรยากาศแบบนี้ รู้สึกเสียดายแทนคนไทยถ้ามีโอกาส ลองไปแบบหมู่คณะดู ถึงจะแพงกว่าเที่ยวแบบเดิม แต่บรรยากาศคนละแบบคนละเรื่องกับนั่งเรือสปีดโบ๊ท มิน่าแบบนี้ ทำไมนักท่องเที่ยวฝรั่งกับจีนเขาถึงติดใจกัน

พูดง่ายๆ คือถ้านั่งเรือสปีดโบ๊ท เวลาเที่ยวคือเวลาที่ถึงเกาะ แต่ถ้านั่งเรือยอร์ช เวลาเที่ยว คือนับตั้งแต่ออกจากท่า ไปจนกลับ สามารถนั่งชิว นอนชิวกินลมได้ตลอด ไม่ว่าจะแหวกเกาะหรือ ระหว่างเดินทาง เพื่อนที่ไปคราวนี้บางคนถึงกับชิวมากไม่อยากลงเกาะก็มี

ไม่ลองไม่รู้ครับ ของแบบนี้ ไปกับเรือแบบอื่นถือว่าได้เที่ยวเกาะ แต่ยังไม่ถือว่าได้เที่ยวทะเลทา่งเรือ

Cr. travel.sanook.com