ชะลอวัยด้วยตัวเองทำได้ไม่ยาก

282
SHARE

ชะลอวัยด้วยตัวเองทำได้ไม่ยาก

วิถีชีวิตปัจจุบันของคนเราได้เปลี่ยนไปมาก โดยเฉพาะการดูแลสุขภาพ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเอาใจใส่ต่อคุณค่าอาหารที่รับประทาน เวลาสำหรับการออกกำลังกาย การพักผ่อนที่ไม่เพียงพอ การมีความเครียด ท่ามกลางมลภาวะรอบตัว ที่ล้วนนำไปสู่อาการและโรคร้ายต่างๆ จากความเสื่อมของร่างกายที่พบในช่วงอายุที่น้อยลงกว่าในอดีต เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคสมอง โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง อาการอ่อนเพลียเรื้อรังโดยไม่ทราบสาเหตุ เป็นต้น ซึ่งในวงการแพทย์ปัจจุบัน พบว่า อนุมูลอิสระเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เซลล์เสื่อม นำไปสู่การแก่ชราหรือความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเรื้อรังต่างๆ

ปัจจุบัน เราสามารถนำความรู้ทางการแพทย์ด้านเวชศาสตร์ชะลอวัย (Anti-Aging Medicine) ที่จะเน้นการป้องกันหรือชะลอความเสื่อมก่อนที่จะเป็นโรคที่เกี่ยวข้องกับความเสื่อมของร่างกาย เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดี ไม่เจ็บป่วย โดยลดการเกิดอนุมูลอิสระ แทนที่จะต้องทุกข์ทรมานด้วยโรคดังกล่าว ถ้าดูแลตัวเองให้ดีเสียตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีคุณค่า มีความสุข ซึ่งความจริงก็ไม่ใช่เรื่องยาก หากสามารถปฏิบัติเบื้องต้นที่สามารถทำได้ง่าย ๆ ดังนี้

  1. การรับประทานอาหารรู้จักวิธีการเลือกและเลือกกิน ให้ถูกสัดส่วน เน้นโปรตีนธรรมชาติ จากเนื้อสัตว์ที่ไม่ผ่านการแปรรูปและเลี้ยงอย่างเป็นธรรมชาติไม่ใช้ฮอร์โมน ผักผลไม้สดที่ปลอดสารฆ่าแมลง ไขมันที่มีประโยชน์ได้แก่ ไขมันที่ไม่อิ่มตัวจากน้ำมันปลา น้ำมันมะกอก ลดอาหารหวาน แป้งและน้ำตาล ดื่มน้ำสะอาดเพียงพอ อย่างน้อยวันละ 6-8 แก้ว ในส่วนสารอาหาร หากไม่มั่นใจว่าจะสามารถรับประทานในแต่ละวันได้เพียงพอ การรับประทานจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารเพื่อเติมเต็มส่วนที่ขาด ก็เป็นวิธีที่สะดวกและนิยมอย่างแพร่หลาย โดยเฉพาะกลุ่มสารต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ วิตามิน อี วันละ 400 IU วิตามิน ซี วันละ 1,000 มิลลิกรัม เบต้า แคโรทีน วันละ 15 มิลลิกรัม
  2. การออกกำลังกายเพื่อเสริมประสิทธิภาพการทำงานของร่างกาย และยังช่วยควบคุมน้ำหนักได้อีกด้วย การออกกำลังกาย 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 30 นาที หรือการเคลื่อนไหวร่างกายในแต่ละวันให้มากขึ้น เช่น การเดินขึ้นบันไดแทนการขึ้นลิฟต์ การจอดรถให้ไกลหน่อยแล้วเดินให้มากขึ้น แม้แต่กิจกรรมที่ทำที่บ้าน เช่น การทำความสะอาดบ้าน ทำสวน ก็สามารถเพิ่มการเผาผลาญพลังงานได้
  3. การควบคุมน้ำหนักโดยควบคุมดัชนีมวลกาย(BMI) ซึ่งคำนวณจากน้ำหนัก (กิโลกรัม) หารด้วยส่วนสูง(เมตร)2 ไม่ควรเกิน 25 เพื่อลดความเสี่ยงการเกิดโรคแห่งความเสื่อมที่จะตามมา ได้แก่ โรคหัวใจและหลอดเลือด โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ข้อเสื่อม
  4. การนอนหลับ วันละ 6-8 ชั่วโมง เริ่มนอนตั้งแต่ประมาณ 4 ถึง 5 ทุ่ม ในที่เงียบและมืด เพื่อให้ร่างกายหลั่งโกร์ธฮอร์โมน ช่วยซ่อมแซมร่างกายของคนเรา การอดนอนและหวังว่าจะไปนอนตอนกลางวันเพื่อทดแทนก็ไม่สามารถทำให้ฮอร์โมนหลั่งเหมือนปกติ
  5. การลดความเครียด เครียดมากร่างกายก็เสื่อมเร็ว เพราะจะมีการผลิตฮอร์โมนเพื่อต้านความเครียด นำไปสู่การเกิดอนุมูลอิสระที่ทำให้อวัยวะต่างๆ และร่างกายเสื่อมเร็วขึ้น จึงควรรู้จักการปล่อยวาง มองโลกในแง่ดี ทำใจให้สงบ หากิจกรรมเพื่อการพักผ่อน คลายเครียด
  6. หลีกเลี่ยงมลภาวะ เช่น การอยู่ท่ามกลางควันบุหรี่ ควันพิษ แสงแดดจัด เพราะจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอนุมูลอิสระที่ทำร้ายร่างกาย เป็นตัวการของความแก่ของผิวพรรณ และโรคร้ายต่างๆ
  7. เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ การได้หัดใช้สมองตลอดเวลาจะช่วยทำให้ชะลอวัยเป็นไปอย่างมีคุณภาพ เช่น การฝึกเล่นเกมส์ใหม่ๆ การเรียนรู้ภาษาใหม่ๆ การได้เรียนรู้การวาดภาพหรือศิลปะ
  8. อย่าพยามยามให้เกิดแผลในร่างกาย เพราะอาจทำให้ติดเชื้อ อันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดอนุมูลอิสระ จากการทำงานของเม็ดเลือดขาวเพื่อต่อสู้กับเชื้อโรค นำไปสู่ความเสื่อมของร่างกายได้เร็วขึ้น
  9. ตรวจเช็คร่างกายประจำปีอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้สามารถค้นเจอจุดอ่อนในร่างกายได้เร็ว หากพบว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น ต้องรีบรักษาหรือดูแลให้เกิดความรุนแรงน้อยที่สุด

แม้เราไม่อาจปฏิเสธความแก่ชราที่เข้ามาเยือนในทุกๆ วันได้ แต่เราสามารถชะลอวัยเพื่อสุขภาพของเราได้ โดยเริ่มต้นจากตัวเราเอง ดูแลตัวเองตั้งแต่ตอนนี้ ก่อนที่จะสายเกินไป

Cr.megawecare.co.th