จริงหรือที่ว่า น้องหมาสามารถมองเห็นผีได้!?

752
SHARE

“ความเชื่อ” ของโลกแห่งจิตวิญญาณที่ว่าน้องหมาสามารถเห็นผีได้

มาทำความเข้าใจเกี่ยวกับวิญญาณ หรือ ที่เรามักเรียกกันสั้น ๆ ว่า “ผี” กันก่อนนะว่า สำหรับความเชื่อของโลกทางจิตวิญญาณ “ผี” คือ พลังงานรูปแบบหนึ่งที่ยังคงอยู่หลังจากงานของผู้คนที่เสียชีวิตไป ซึ่งวิญญาณหรือพลังงานเหล่านี้อาจจะข้ามผ่านไปยังภพอื่นเพื่อเกิดใหม่ หรืออาจยังคงล่องลอยอยู่ในสิ่งแวดล้อมเดิมที่พวกเขาคุ้นเคย ขึ้นอยู่กับว่าจิตสุดท้ายของวิญญาณผูกติดอยู่กับที่ใด

โดยทั่วไปคนที่มีความเชื่อเรื่องจิตวิญญาณจะมองทุกสิ่งทุกอย่างบนโลกใบนี้ว่ามีความเป็นไปได้ในเรื่องของความลี้ลับที่ยากจะพิสูจน์ แม้แต่วิทยาศาสตร์ก็ยังไม่สามารถพิสูจน์ได้ จึงไม่น่าแปลกใจว่าพวกเขาจะมีความเชื่อที่ว่าน้องหมาสามารถเชื่อมต่อกับประตูสู่โลกจิตวิญญาณได้และมองเห็นสิ่งที่มนุษย์เรามองไม่เห็นนั่นเอง
ในหนังสือ “Tails of the Afterlife” ของ Peggy Schmidt ได้มีการพูดถึงการแสดงออกของน้องหมาที่ไม่สามารถอธิบายได้ ว่าพวกเขาอาจสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับบางสิ่งที่เราไม่สามารถมองเห็น ยกตัวอย่าง เรื่องราวของผู้หญิงคนหนึ่งที่เสียชีวิตไปโดยทิ้งน้องหมาไว้ 6 ตัว โดยในทุกวันช่วงเวลาหนึ่งน้องหมาจะมองไปยังจุดเดียวกันอย่างพร้อมเพรียง ร้องหงิง ๆ แสดงความดีใจเหมือนตอนที่เจอเจ้าของ อีกทั้งยังนอนหงายเล่นเหมือนกับมีใครมาเก่าพุงให้อีกต่างหาก จึงทำให้ผู้พบเห็นรู้สึกได้ว่า นี่ไม่ใช่เรื่องธรรมดา วิญญาณของเจ้านายเก่าอาจจะยังวนเวียนอยู่ก็เป็นได้ … ซึ่งความเชื่อเรื่องวิญญาณนี้ขยายอยู่ในวงกว้างทั้งซีกโลกตะวันออกและโลกตะวันตกเลยทีเดียวค่ะ ถ้าใครยังไม่เชื่อก็อย่าเพิ่งลบหลู่นะ ^^

“วิทยาศาสตร์” ที่กำลังพิสูจน์เรื่องน้องหมาเห็นผี

ในส่วนของผู้เชี่ยวชาญด้านพฤติกรรมสัตว์ได้มีความเห็นที่แตกต่างจากความเชื่อของโลกจิตวิญญาณอย่างสิ้นเชิง เนื่องด้วยประสาทสัมผัสของน้องหมาไม่ธรรมดาอย่างที่เราก็พอรู้กันอยู่ นั่นก็คือมีประสาทดมกลิ่นมากกว่าคนเป็นพันเท่า ได้ยินเสียงในความถี่ที่คนเราไม่ได้ยิน และประสาทการมองเห็นของพวกเขาแม้จะมองไม่ชัดแจ๋วได้เท่ากับคน แต่มีสามารถจับความเคลื่อนไหวได้รวดเร็วกว่าเราหลายเท่าตัวแม้ในระยะไกลเป็นร้อยเมตร ที่สำคัญดวงตาของน้องหมาทำงานได้ดีในตอนกลางคืนก็เพราะ พวกเขามีเซลล์รูปแท่ง (Rods) ซึ่งเป็นเซลล์รับแสงที่มีความไวต่อแสง ทำหน้าที่ช่วยในการมองเห็นได้ในที่มืด จับการเคลื่อนไหวของสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างดี โดยเฉพาะสำหรับการล่าเหยื่อในเวลากลางคืนนั่นเอง จึงไม่น่าแปลกใจที่พวกเขาจะสามารถมองเห็น หรือจับความเคลื่อนไหวของบางสิ่งที่สายตาของมนุษย์เราไม่สามารถมองเห็นได้นั่นเอง

นอกจากนี้ ในแง่ของจิตวิทยาได้กล่าวว่า ความผูกพันของคนที่เพิ่งสูญเสียคนใกล้ชิดไปจะยิ่งทำให้จิตใจยิ่งประหวัดคิดถึงการยังคงอยู่และการกลับมาของคนใกล้ชิดในรูปของวิญญาณ เมื่อเห็นน้องหมาแสดงบางสิ่งที่ผิดปกติเช่น เห่า ร้องคราง หรือ มองในตำแหน่งที่เราไม่เห็นว่ามีสิ่งใดอยู่ตรงนั้น จึงเกิดจินตนาการว่าน้องหมาเป็นสื่อกลางสื่อสารระหว่างตนเองกับคนใกล้ชิดที่เพิ่งจากไปได้

จุดตรงกลางระหว่าง “ความเชื่อ” กับ “วิทยาศาสตร์”

เนื่องจากเรื่องวิญญาณเรื่องผีเป็นเรื่องของประสบการณ์ยากที่จะพิสูจน์ได้ แม้จะมีคนหาอุปกรณ์เพื่อพิสูจน์วิทยาศาสตร์จับคลื่นพลังงานที่ไม่น่ามีอยู่ในสถานที่ต่าง ๆ ได้บ้าง แต่ทว่าก็ไม่เคยมีวิทยาศาสตร์สาขาไหนพิสูจน์ได้ว่า “โลกวิญญาณ” คือความจริง อย่างไรก็ตาม จากการสำรวจคนเลี้ยงน้องหมาในสหรัฐอเมริกากลับมีผู้เชื่อมากกว่าร้อยละ 40 ว่าน้องหมาและสัตว์เลี้ยงของตนสามารถมองเห็นและติดต่อกับวิญญาณได้จริง! เพราะพวกเขาเชื่อว่ายังมีอีกหลายสิ่งบนโลกใบนี้ที่วิทยาศาสตร์เองก็ยังพิสูจน์ไม่ได้ โดยเฉพาะเรื่องลี้ลับที่ยากค้นหาสาเหตุ (นี่ขนาดในประเทศที่พัฒนาแล้วนะ)

ส่วนในบทความของ Animal Planet เกี่ยวกับน้องหมากับสัมผัสที่หกได้มีการวิเคราะห์เกี่ยวกับปรากฏการณ์ความเชื่อที่เรื่องหมาเห็นผีไว้ว่า … เพราะคนเรามักจะใช้ประสบการณ์ความเชื่อ ความนึกคิดของตัวเอง ในการเลือกตัดสินสิ่งต่าง ๆ แม้กระทั่งความรู้ของตัวเองก็ยังจะมาใช้ความคิดในการวิเคราะห์ แทนที่จะใช้สัญชาตญาณล้วน ๆ แบบที่น้องหมาใช้ ทำให้เวลาจะเชื่ออะไร มักไม่ได้มาจากประสาทสัมผัสโดยตรงของตัวเราเอง แต่มาจากความนึกคิดและประสบการณ์เสียส่วนใหญ่ ถึงเรารับรู้ว่าสิ่งที่เห็นหรือรู้สึกเป็นวิญญาณ ก็อาจมีความคิดค้านว่า เฮ้ย ไม่มีจริงหรอก ในทางกลับกัน ถึงสิ่งที่อยู่ตรงหน้าไม่มีอะไรเกี่ยวกับผี หรือ วิญญาณเลย แต่ด้วยใจเราเชื่อในเรื่องนี้ ก็อาจจะเกิดเชื่อและตัดสินไปในทันทีว่า สิ่งที่รู้สึก นั่นล่ะ คือ ผี หรือ วิญญาณจริง!

แต่สำหรับน้องหมาประสาทสัมผัสของน้องหมาจะตรงกันข้ามกับคนเรา คือ พวกเขาจะมีประสาทสัมผัสที่ซื่อตรง ว่องไว แสดงปฏิกริยากับสิ่งที่ตนเองสัมผัสในทันที อย่างเช่น เมื่อได้กลิ่นก็ดม มีอะไรเคลื่อนไหวผ่านก็มอง โดยไม่ผ่านกระบวนการคิด การวิเคราะห์อย่างคนค่ะ เพราะน้องหมาจะใช้เพียงสัญชาตญาณของพวกเขาเท่านั้น….แล้วแน่นอนที่สุดค่ะว่า ถึงแม้สิ่งที่พวกเขาสัมผัสได้อาจจะเป็นวิญญาณหรือผี ก็ไม่มีใครพิสูจน์ได้ว่าสิ่งที่ตาน้องหมาเห็นคือผีจริง ๆ … มีแค่เพียงความคิด ความเชื่อ จินตนาการของตัวเราเท่านั้นที่เป็นผู้เลือก “คำตอบ” … พูดง่าย ๆ ก็คือ น้องหมาจะมองเห็นผีได้หรือไม่ ก็อยู่ที่ใจเราจะคิดนั่นเองค่ะ! ยากที่ใครจะจับได้แบบคาหนังคาเขา!

ทุกวันนี้เรื่องของโลกวิญญาณกับน้องหมายังเป็นปริศนาอยู่นะ ถึงแม้จะมีความพยายามในการพิสูจน์ทั้งในทางวิทยาศาสตร์ หรือความเชื่อทางศาสนาก็ตาม ซึ่งความเชื่อบางคนเชื่อว่าสิ่งที่น้องหมาตัวเองเห็นหรือเห่าเป็นผีหรือวิญญาณก็อาจเป็นดาบ 2 คมที่ทำให้ตัวเราเกิดความกลัวขึ้นมา บางคนกลัวน้องหมาของตัวเองอีกต่างหาก จึงกีดกันพวกเขาให้ออกห่าง โดยเฉพาะน้องหมาสีดำที่กลายเป็นสัญญลักษณ์ของสิ่งอัปมงคล แล้วสุดท้ายพวกเขาก็มักถูกทิ้งพวกเขาให้อยู่ลำพังอย่างโดดเดี่ยว เพียงเพราะความเชื่อของที่ไม่รู้จริงของคน … ซึ่งการปฏิบัติต่อพวกเขาเช่นนนั้นก็ไม่ต่างกับการยัดเยียดและตัดสินชีวิตของพวกเขาเลยล่ะ

Cr. dogilike.com