ความเชื่อของสหภาพพม่า

323
SHARE

สหภาพพม่า เป็นประเทศที่อยู่ทางด้านทิศตะวันตกของประเทศไทย เป็นประเทศหนึ่งที่มีความโดดเด่นทางด้านพุทธศาสนา ก่อนที่จะมีการนับถือศาสนาพุทธศาสนา สหภาพพม่ามีความเชื่อเกี่ยวกับภูตผีควบคู่ไปกับการนับถือสิ่งที่อยู่เหนือธรรมชาติ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ “นัต”หรือ “แนต” สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวพม่าให้การนับถือกัน

ก่อนพระเจ้าอโนรธามหาราชสถาปนาอาณาจักรพุกามที่ยิ่งใหญ่ ชนชาติพม่านับถือภูตผี หรือ “นัต” รวมทั้งพระในศาสนา พุทธนิกายมหายานตันตระ ซึ่งตีความคำสอนของพระพุทธเจ้าไปไกลมาก และเชื่อว่าการเสพสุราและการเสพเมถุนเป็นหน ทางสู่นิพพาน ในขณะที่ศาสนาพุทธนิกายเถรวาท ซึ่งได้ชื่อว่ามีแนวทางตรงตามคำสอนขององค์ศาสดามากที่สุดกำลังรุ่ง เรืองอยู่ในดินแดนมอญ มีศูนย์กลางอยู่ที่ “สุธรรมวดี” หรือ “สะเทิม” ตามประวัติศาสตร์บันทึกว่าพระเจ้าอโนรธาทรง ยกทัพไปตีเมืองสุธรรมวดีเพื่อแย่งชิงคัมภีร์พระไตรปิฎกจากกษัตริย์มอญ ซึ่งว่าถือเป็นการสถาปนาศาสนาพุทธนิกายเถรวาทเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชนชาติพม่า ซึ่งบุคคลสำคัญที่เป็นตัวแปรในเหตุการณ์นี้คือ”ท่านชินอรหันต์” พระชาวมอญจากสะเทิมผู้จาริกบำเพ็ญเพียรไกลถึงป่าแห่งหนึ่งในเขตพุกามของพม่า จนพระเจ้าอโนรธาทรงทราบข่าวจึงอาราธนาให้มาแสดงธรรมจนพระองค์เกิดความเลื่อมใสศรัทธา ตามตำนานเล่าขานว่า เมื่อท่านชินอรหันต์รับนิมนต์ไปพระราชวังของพระเจ้าอโนรธา ก่อนการแสดงธรรมได้ขึ้นไปนั่งบน พระราชบัลลังก์ของจอมราชันย์แห่งพุกาม ซึ่งเป็นที่ทราบกันว่าใครที่หาญกล้ากระทำเช่นนี้ มีแต่ต้องโทษประหารเท่านั้น แต่พระเจ้าอโนรธาทรงพระทัยเลื่อมใสจึงมิได้กริ้ว ครั้นเมื่อทรงสดับพระธรรมเทศนาก็ทรงตระหนักรู้ว่า ธรรมะที่แท้มีอยู่ ในคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าองค์เดียวเท่านั้นนับแต่นั้นมา พระเจ้าอโนรธาทรงประกอบพระราชภารกิจ ที่สำคัญยิ่งคือกำจัดบรรดาคนทรงเจ้าเข้าผี รวมถึงพระนิกายมหายานตันตระที่เสื่อมถอย และเมื่อทรงยกทัพไปตีสุธรรมวดี ก็ไม่เพียงแต่ได้คัมภีร์พระไตรปิฎกมาเท่านั้น ยังได้พระเถระที่มีความสามารถมาช่วยงานท่านชินอรหันต์ในการเผยแผ่พุทธศาสนานิกายเถรวาทให้ยั่งยืนในหมู่ชนชาติพม่าตราบปัจจุบันนี้ จึงไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกใจที่พงศาวดารพุกามจารึกว่า กษัตริย์ราชวงศ์พุกามที่ยิ่งใหญ่อีกพระองค์หนึ่งคือพระเจ้าจันสิตตา ทรงประกอบพระราชพิธีราชาภิเษกโดยมีการอาราธนาท่านชินอรหันต์มาสวมมงกุฎให้พระองค์ ดังนั้นหากศาสนาพุทธนิกายเถรวาทเปรียบเสมือนเครื่องหมายรับรองคุณภาพ ท่านชินอรหันต์ก็คือผู้นำสารที่สำคัญที่นำเครื่องหมายอันยิ่งใหญ่มาสู่อาณาจักรพุกามและชนชาติพม่า

ก่อนที่พม่าจะได้ชื่อว่าเป็นชนชาติที่นับถือศาสนาพุทธนิกายเถรวาทอย่างเคร่งครัดที่สุดในโลกนั้น ลัทธินับถือภูตผีที่ชาวพม่าเรียกว่า “นัต” มีอิทธิพลสูงมาก ตราบจนวันนี้ แม้จะมีความศรัทธาในคำสอนของพระพุทธเจ้า แต่ชาวพม่าก็ยังคงกราบไหว้นัตควบคู่กันไปด้วย อาจกล่าวได้ว่า ไม่มีใครแยกนัตออกจากวิถีชีวิตของชาวพม่าได้ “นัต” คือ วิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของผู้ตายร้ายอย่างที่ชาวบ้านเรียกว่า ” ตายโหง ” เช่น การประสบอุบัติเหตุ ถูกฆ่าตาย ตรอมใจตาย ฯลฯ ซึ่งต่อมากลายเป็นที่พึ่งทางจิตใจ ของชาวบ้าน นัตจึงมีสถานะกึ่งเทวดากึ่งผี อาจกล่าวได้ว่ามีระดับสูงกว่าผีทั่วไป แต่ไม่สูงกว่าเทวดา จึงมีการสันนิษฐานว่า “นัต” ในภาษาพม่าน่าจะมาจากคำว่า “นาถ” ในภาษาบาลีที่แปลว่า “ที่พึ่ง” นัตที่ชาวพม่านับถือแต่ดั้งเดิมมี 36 ตน มีหัวหน้าชื่อ “มีง มหาคีรีนัต” เป็นนัตสองพี่น้องซึ่งถูกกษัตริย์พระทัยโหดร้ายจับมัดกับ ต้นจำปาแล้วเผาทั้งเป็นจนเสียชีวิต จึงเชื่อกันว่าวิญญาณของมีงมหาคีรีนัตสิงสถิตย์ที่ไม้จำปาตนพี่คือ “เจ้ามหาคีรี” ตนน้องคือ ” เจ้าแม่หน้าทอง” เป็นหัวหน้าที่ภูเขาโปปาใกล้เมืองพุกามซึ่งถือเป็นนิวาสสถานของเหล่านัต ประมาณปี พ.ศ. 1600 เมื่อพระเจ้าอโนรธาสถาปนาศาสนาพุทธนิกายเถรวาทเป็นครั้งแรกในแผ่นดินพม่า ได้ทำลายลัทธิบูชานัต ทำลายศาลนัตที่มีอยู่ในทุกบ้าน จับคนทรงผีนัตมาประหาร ยกเลิกประเพณีไหว้ผีนัตที่ภูเขาโปปา ลดบทบาทของนัตจากการดูแลทุกข์ สุขของชาวบ้าน ให้มาทำหน้าที่ปกปักรักษาพระพุทธศาสนาแทน เพื่อให้อาณาราษฎรหันมายึดมั่นในสัจธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า นอกจากนั้นพระเจ้าอโนรธายังทรงลดบทบาทมีงมหาคีรีนัตให้เป็นเพียงรองหัวหน้า แล้วตั้ง “ตะจังมีง” หรือ “ท้าวสักกะ” ซึ่งก็คือ “พระอินทร์” เป็นหัวหน้าเหล่านัตทั้งหลายแทน พร้อมทั้งย้ายรูปปั้นนัตทั้งหมดมารวมกันไว้ที่”หอนัต” ภายในบริเวณมหาเจดีย์ชเวสิกอง เป็นสัญลักษณ์ว่าต่อแต่นี้ไปนัตมีหน้าที่ดูแลปกป้องพระพุทธศาสนา,คุ้มครองเมืองแทนการดูแลชาวบ้าน เช่น ที่ประตูเมือง พุกามอายุเก่าแก่กว่าพันปี ซึ่งปัจจุบันเหลืออยู่เพียงประตูเดียวทางทิศตะวันออกเรียกกันว่า “ประตูสารภา” มีรูปปั้นมีงมหาคีรีนัตประดับซุ้มประตูทั้งสองข้าง ข้างขวาเป็นนัตพี่ชายผู้สง่างาม ข้างซ้ายเป็นนัตน้องสาว หรือนัตหน้าทอยังมีเรื่องราวของนัตที่เกี่ยวพันกับพระพุทธศาสนาเช่น โบโบยีนัต ที่คอยพิทักษ์ปกป้องมหาเจดีย์ชเวดากองชาวพม่าเชื่อ กันว่าเป็น “เทพทันใจ” อธิษฐานอะไรมักสัมฤทธิผล “สุเลนัต” นัตผู้คุ้มครองเขาสิงกุตตระที่ตั้งมหาเจดีย์ชเวดากอง “โลกานัต” นัตผู้สร้างสันติสุข ฯลฯ นอกจากนี้ชาวพม่ายังเชื่อว่า “พระเจ้าตะเบงชเวตี้” กษัตริย์ราชวงศ์ตองอูซึ่งถูกลอบปลงพระชนม์ก็เป็นหนึ่งในนัต 36 ตนด้วย ซึ่งน่าจะเป็นความเชื่อที่เกิดขึ้น ภายหลังเพราะพระราชวงศ์ตองอูเกิดขึ้นหลังพุกามกว่า 100 ปี ปัจจุบันชาวพม่ายังนับถือนัตเคียงคู่ไปกับศาสนาพุทธอย่างแนบแน่น ประเพณีเซ่นบวงสรวงบูชาผีนัตยังปรากฏให้เห็น การแสดงศิลปวัฒนธรรมพม่าก็ยังต้องขึ้นต้นด้วยการรำถวายผีนัต กล่าวได้ว่าคติความเชื่อเรื่องนัตของชาวพม่าใกล้เคียงกับชาวฮินดูบนเกาะบาหลี ประเทศอินโดนีเซียที่กราบไหว้บูชาเทพเจ้าในศาสนาฮินดู และเซ่นสรวงบูชา ภูติผีไปพร้อมๆกัน เป็นการสร้างโลกดุลยภาพระหว่างผีกับเทวดา
cr. oknation.nationtv.tv