คลื่นไส้ อาเจียน เป็นบ่อย ๆ อย่าวางใจ โรคภัยอาจถามหา

294
SHARE
Young Woman Leaning over Toilet --- Image by © Kalle Singer/beyond/Corbis

อาการเวียนหัว คลื่นไส้ หากระยะนี้มีอาการคลื่นไส้ อาเจียนถี่มากขึ้นอย่าวางใจ เพราะบางทีอาจกลายเป็นเรื่องใหญ่กว่าที่คิด

อาการคลื่นไส้เป็นหนึ่งในความทรมานที่เกิดขึ้นภายในช่องท้อง และมักจะมาพร้อมกับอาการอาเจียนหรืออาการเวียนศีรษะ ซึ่งไม่ว่าใครก็คงเคยเผชิญกับอาการคลื่นไส้ อาเจียนมานับครั้งไม่ถ้วน แต่หากระยะนี้คุณมักจะมีอาการคลื่นไส้ อาเจียน หรือเวียนศีรษะบ่อย ๆ แนะนำให้เช็กกันก่อนค่ะว่า อาการคลื่นไส้ อาเจียนที่เป็นอยู่เกิดจากสาเหตุอะไร เข้าข่ายโรคไหม แล้วควรต้องบรรเทาอาการยังไงกันดี

อาการคลื่นไส้ อาเจียน เกิดขึ้นเพราะอะไร

อาการคลื่นไส้อาเจียนเริ่มต้นขึ้นจากศูนย์ควบคุมสมองที่เรียกว่า “ศูนย์อาเจียน” ซึ่งเมื่อศูนย์อาเจียนถูกกระตุ้นด้วยสิ่งเร้าจากภายนอก เช่น จากทางเดินอาหารและส่วนอื่น ๆ ของร่างกาย จากอวัยวะควบคุมการทรงตัวภายในหูชั้น (ก่อให้เกิดอาการเมารถเมาเรือ) หรือจากศูนย์​ CTZ ก็จะส่งสัญญาณออกจากศูนย์อาเจียนไปสู่กระบังลม ทำให้กระบังลมบีบตัว ส่งสัญญาณทำให้เกิดอาการเกร็งบริเวณหน้าท้อง ในขณะที่หลอดอาหารและกระเพาะอาหารที่ได้รับสัญญาณนี้จะเกิดการคลายตัว ส่งผลให้เศษอาหารถูกผลักดันออกจากปากมาเป็นอาการอาเจียนนั่นเอง

อาการเวียนหัว คลื่นไส้

อาการคลื่นไส้ อาเจียน เกิดจากสาเหตุอะไรได้บ้าง

– สาเหตุทางจิตใจ ความเครียด ความวิตกกังวล (Psychogenic or emotional vomiting)

– ความผิดปกติทางกาย ซึ่งแบ่งได้เป็น

– ความผิดปกภายในช่องท้อง เช่น ไส้ติ่งอักเสบ, กระเพาะลำไส้อักเสบ, กระเพาะทะลุ อุดตัน ไม่ทำงาน หรือขาดเลือด, ภาวะตับหรือถุงน้ำดีอักเสบ, เยื่อบุช่องท้องอักเสบ, ตับอ่อนอักเสบ

– โรคที่เกิดจากการทำงานของต่อมไร้ท่อและฮอร์โมนในร่างกาย เช่น อาการแพ้ท้องของหญิงตั้งครรภ์

– ภาวะติดเชื้อ โดยเฉพาะการติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ

– ภาวะแคลเซียมในเลือดสูง (Hypercalcemia)

– ความผิดปกติทางสมอง เช่น แรงดันในกะโหลกศีรษะสูงจากเนื้องอกหรือก้อนเลือดผิดปกติในศีรษะ, สมองพิการจากสารพิษ, อาการข้างเคียงของโรคไมเกรน,​ สมองหรือเยื่อหุ้มสมองอักเสบ เป็นต้น

จากสารพิษ เช่น 

– พิษจากการติดเชื้อในเส้นเลือด โดยเฉพาะในเด็กเล็ก

– พิษหรือเชื้อโรคที่มาจากอาหาร (อาการอาหารเป็นพิษ)

– พิษจากการแพ้ยาและสารพิษบางชนิด เช่น การให้รังสีรักษา หรือยาประเภท Opioids, SSRI, Antibiotics, ยาเคมีบำบัด เป็นต้น

– อาการข้างเคียงจากโรคที่เป็นอยู่ เช่น โรคเบาหวานชนิดพิเศษ (diabetic ketoacidosis),​ ไตวาย,​ หมวกไตพร่องวิกฤต (adrenal crisis) หรือโรคหัวใจบางชนิด รวมทั้งภาวะหัวใจล้มเหลว

– การตอบสนองของร่างกายต่อกลิ่นที่เหม็น ฉุน รุนแรง

– ภาวะที่ร่างกายได้รับแอลกอฮอล์มากเกินพิกัด

– ภาวะที่ได้รับความเจ็บปวดที่รุนแรง เช่น ปวดศีรษะอย่างรุนแรง เป็นต้น

คลื่นไส้ อาเจียนแบบนี้ เสี่ยงความผิดปกติอะไร

– รู้สึกคลื่นไส้ร่วมกับอาการเบื่ออาหาร

อาการเวียนหัว คลื่นไส้

ถ้าเพียงรู้สึกคลื่นไส้ แต่ไม่อาเจียน แต่มีอาการเบื่ออาหารร่วมด่้วย เคสนี้ถือว่ามีอาการไม่รุนแรง ยังสามารถกินอาหารอ่อน ๆ หรือเรื่องดื่มประเภทน้ำหวานได้ ซึ่งโดยส่วนมาแล้วอาการอย่างนี้จะเกิดขึ้นกับคนที่รู้สึกเบื่อ ๆ เครียด หรือกำลังวิตกกังวลกับอะไรบางอย่าง

– มีอาการคลื่นไส้และอาเจียน หรืออาเจียนอย่างเดียวโดยไม่มีอาการเจ็บหนักหรือฉุกเฉิน อาจวินิจฉัยตามประวัติและสิ่งที่อาเจียนออกมา เช่น

– อาเจียนหลังตื่นนอนตอนเช้าเป็นส่วนใหญ่

– แพ้ท้อง โดยประจำเดือนจะมาขาด เต้านมโตและแข็งขึ้นร่วมด้วย

– แฮงก์เหล้า โดยเฉพาะคนที่ดื่มหนักมากในคืนก่อน หรือมีโรคพิษสุราเรื้อรังอยู่กับตัว ซึ่งอาจมีอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงร่วมด้วย

– มีภาวะไตวายร่วมด้วย โดยอาจสังเกตอาการบวมตามแขน ขา และตัว หรือรู้สึกอ่อนเพลียพร้อมอาเจียนบ่อย ๆ ในตอนเช้า

– อาเจียนไม่เป็นเวลา และไม่ได้อาเจียนเพราะการรับประทานอาหาร อาจเกิดจาก

– สมองผิดปกติ โดยเฉพาะหากอาเจียนพุ่ง ร่วมกับอาการปวดศีรษะ ตามัว โดยไม่มีประวัติโรคกระเพาะอาหารมาก่อน

– ร่างกายได้รับสารพิษ หรือหากท้องเสียไปพร้อมกันด้วย อาจมีอาการอาหารเป็นพิษ

– ความเครียด ความวิตกกังวล ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียนในขณะที่รับประทานอาหารหรือหลังรับประทานอาหารทันที

ทั้งนี้ อาการอาเจียนขณะกินอาหารหรือหลังอาหารทันทีอาจเกิดได้จากกระเพาะอาหารอักเสบเฉียบพลัน จากการดื่มเหล้า การรับประทานของเผ็ด หรือการรับประทานอาหารจนอิ่มมากเกินไป

– มีอาการอาเจียนหลังอาหาร 1 ชั่วโมงขึ้นไป มักเกิดจาก

– กระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้นอุดตัน ซึ่งส่วนมากเกิดจากกระเพาะอาหาร ลำไส้เป็นแผลเรื้อรัง มักจะมีอาการปวดท้องเวลาหิวหรือเมื่ออิ่มเป็นเวลานาน ๆ และสิ่งที่อาเจียนออกมามักจะเป็นอาหารที่กินมานานหลายชั่วโมงแล้ว

– กระเพาะ ลำไส้ทำงานน้อยไป มักจะเป็นสาเหตุจากอาการข้างเคียงของโรคเบาหวานเรื้อรังที่ไม่ได้รับการรักษา

– มีอาการอาเจียนร่วมกับอาการปวดท้องอย่างรุนแรงร่วมด้วยทุกครั้ง อาจเสี่ยงโรคตับอักเสบได้

– อาเจียนหลังกินยา มักเกิดจากผลข้างเคียงของยา หรือมีอาการแพ้ยานั้น ๆ หรือกินยาหลังอาหารในขณะที่ท้องว่าง

อาการเวียนหัว คลื่นไส้


อาการอาเจียนแบบไหนต้องไปหาหมอ

– หากอาเจียนติดต่อกันมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2 สัปดาห์ หรือสงสัยว่าอาจจะตั้งครรภ์ให้รีบไปพบแพทย์

– หากมีอาการคลื่นไส้ อาเจียนทั้งวัน หรือมากกว่า 24 ชั่วโมง

– หากเด็กที่มีอายุต่ำกว่า 6 ขวบ อาเจียนนานกว่า 2 ชั่วโมง ให้รีบไปพบกุมารแพทย์โดยด่วน เพราะอาจมีภาวะขาดน้ำ โดยเฉพาะหากเด็กไม่ปัสสาวะนานกว่า 4-6 ชั่วโมงร่วมด้วย

– อาเจียนโดยมีเลือดปนออกมาด้วย

– อาเจียนร่วมกับมีอาการปวดหัวอย่างรุนแรง และมีอาการคอแข็ง

– อาเจียนร่วมกับอาการเฉื่อยช้า ซึม และงุนงง

– อาเจียนร่วมกับมีอาการปวดท้องอย่างรุนแรง

– ท้องเสียร่วมด้วย

– หายใจเร็วและชีพจรเต้นผิดปกติ

วิธีรักษาอาการคลื่นไส้ อาเจียน

1. หากมีอาการคลื่นไส้ที่ไม่รุนแรง หรือรู้สึกคลื่นไส้เพราะรับประทานอาการได้น้อย (รู้สึกเบื่ออาหาร) อาจรักษาด้วยยาเมโตโคลปราไมด์ (Metoclopraminde) ครั้งละ 1 เม็ดก่อนอาหาร 3 เวลา

2. หากคลื่นไส้ อาเจียน เวียนศรีษะจากการเมารถเมาเรือ ควรใช้ยาไดเมนฮัยดรีเนต (dimenhydrinate) ครั้งละ 1 เม็ดเมื่อมีอาการ

ทั้งนี้ การรักษาอาการคลื่นไส้ อาเจียนด้วยยา จำเป็นต้องได้รับคำแนะนำจากแพทย์หรือเภสัชกรด้วยทุกครั้ง เนื่องจากยาที่ใช้ในการรักษาอาการคลื่นไส้ อาเจียนมีอยู่หลายชนิดด้วยกัน ซึ่งความเหมาะสมของการใช้ยาก็ขึ้นอยู่กับอายุและอาการคลื่นไส้ในแต่ละเคสด้วย ที่สำคัญยาทุกชนิดมีผลข้างเคียงที่ควรต้องระวังด้วยกันทั้งนั้นนะคะ

วิธีป้องกันอาการคลื่นไส้ อาเจียน

1. ดื่มน้ำสะอาดอย่างพอเพียง
2. รับประทานอาหารอ่อน รสไม่จัด
3. รับประทานอาหารช้า ๆ เคี้ยวอาหารให้ละเอียดก่อนกลืน
4. แบ่งอาหารออกเป็น 5-6 มื้อเล็ก ๆ แทนที่จะรับประทานอาหารมื้อใหญ่ ๆ 3 มื้อ
5. ควรรับประทานอาการก่อนเข้านอนประมาณ 3-4 ชั่วโมง

แม้ว่าอาการคลื่นไส้ อาเจียนจะไม่ใช่โรค แต่ก็เป็นสาเหตุของโรคและความผิดปกติของร่างกายได้อย่างที่เราเพิ่งนำเสนอไป ดังนั้นหากคุณมีอาการเหล่านี้อยู่บ้าง ก็อย่าลืมใส่ใจสุขภาพให้มากขึ้นนะคะ

 

Cr. health.kapook.com