การปลูกกล้วยหอมทอง

629
SHARE

1. การเตรียมดินปลูกกล้วยหอมทอง กล้วยสามารถปลูกได้ในทุกสภาพดิน ขอเพียงมีน้ำรดเมื่อพืชต้องการน้ำและสามารถระบายน้ำได้เมื่อถึงฤดูฝนที่มีน้ำเกินความต้องการของพืช พื้นที่ที่มีโอกาสน้ำขัง หรือน้ำแช่ไม่เหมาะกับการปลูกกล้วย

1) ที่นาควรยกร่องกว้าง 1 เมตร และปลูกบนหลังร่อง

2) ที่ไร่ สามารถปลูกได้เลยโดยไม่ต้องยกร่อง

ระยะปลูกที่แนะนำคือ 2×1.5 เมตร พื้นที่ 1 ไร่ปลูกได้ 500 ต้น การไถตากดินก่อนปลูกจะช่วยกำจัดวัชพืชและเชื้อโรคในดิน ช่วยให้ดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี การไถดะโดยใช้ผาน 3 ไถตากดินไว้ประมาณ 5-7 วันเป็นอย่างน้อย จากนั้นไถแปรโดยใช้ผาน 7 ก่อนทำการปลูกโดยขุดหลุมลึกประมาณ 20 เซนติเมตร  กว้าง 20 เซนติเมตร ไม่ต้องใส่ปุ๋ยรองก้นหลุมเพราะอาจทำให้เกิดรากเน่าได้

เมื่อรับหน่อมาแล้วควรปลูกทันที หากไม่พร้อมปลูกควรเก็บไว้ในร่ม และรดน้ำ หากจะเก็บหน่อไว้นานเกิน 3 วันควรนำหน่อปักชำไว้ในดิน โดยขุดหลุมลึกประมาณ 10 เซนติเมตร เอาบริเวณเหง้าของหน่อกล้วยลงไปประมาณครึ่งหัวแล้วกลบและรดน้ำวันละครั้งไม่ควรชำไว้นานเกิน 1 เดือน

 

2.การปลูกกล้วยหอมทอง จำแนกการปลูกออกเป็น 4 แบบคือ

1) การปลูกกล้วยหอมทองโดยการไถยกร่อง ขนาดกว้างประมาณ 1 เมตร เหมาะสำหรับพื้นที่ลุ่มลักษณะเป็นที่นามาก่อน โดยจะปลูกกล้วยบนร่องดังกล่าว

2) การปลูกกล้วยหอมทองโดยการไถยกร่องแต่ปลูกกล้วยในร่อง และให้น้ำโดยการปล่อยน้ำไหลไปตามร่องที่ปลูกกล้วย เหมาสำหรับพื้นที่ราบและมีความลาดเอียงเล็กน้อย

3) การปลูกกล้วยหอมทองโดยไม่ยกร่อง เหมาะสำหรับพื้นที่ไร่ที่ไม่มีน้ำขังในฤดูฝน เช่นที่ราบ ที่เชิงเขา

4) การปลูกกล้วยหอมทองโดยการขุดร่องน้ำ เหมาะสำหรับพื้นที่ลุ่มน้ำมีน้ำขังตลอดปี มีระบบชลประทานเพียงพอ และลักษณะดินเป็นดินเหนียว เพราะดินทรายอาจทำให้เกิดการพังทลายของร่องน้ำได้ง่าย

 

3. การรดน้ำ  กล้วยเป็นพืชที่ต้องการน้ำสม่ำเสมอ และขาดน้ำไม่ได้ การให้น้ำควรสังเกตหน้าดิน เมื่อดินแห้งก็ควรรดน้ำ หากให้น้ำไม่เพียงพอจะทำให้ต้นกล้วยและผลผลิตที่ได้ไม่สมบูรณ์ หักล้มง่าย

ซึ่งระบบการให้น้ำพืช แบ่งออกเป็น 4 รูปแบบดังนี้

1) ระบบสปริงเกอร์….ดีที่สุดสำหรับที่ราบ

2) ระบบน้ำท่วมร่อง(น้ำไหลไปตามร่อง)

3) ระบบน้ำหยด ไม่แนะนำสำหรับเมืองไทย

4) ใช้เรือรดน้ำ เหมาะสำหรับพื้นที่ลุ่มน้ำมีน้ำขังตลอดปี

4. การจัดการดูแลกล้วยหอมทองตามอายุ

+++1 เดือน ตั้งแต่เริ่มปลูกกระทั่งอายุครบ 1 เดือนต้นกล้วยจะสูงประมา 30 เซนติเมตร ควรใส่ปุ๋ยคอก ประมาณต้นละ 1 ถ้วยแกง หรือใส่ปุ๋ย สูตร 46-0-0 ในอัตราต้นละ 1 กำมือร่วมด้วย และรดน้ำตามทันที ไม่ควรใส่ชิดโคนต้นมากเพราะอาจทำให้โคนเน่าได้

+++2 เดือน ในช่วงอายุนี้แปลงกล้วยจะเริ่มมีหญ้า ให้ทำการกำจัดโดยใช้เครื่องตัดหญ้า ตัดให้สั้น จากนั้นใส่ปุ๋ยสูตร 46-0-0 และรดน้ำตามทันที เมื่อกล้วยอายุครบ 2 เดือนควรทำการกลบโคนต้น ไม่ให้โคนลอย เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างรากใหม่ ทำให้การเจริญเติบโตทำได้ดีขึ้น (ไม่ควรใช้ยากำจัดวัชพืชหากมีความจำเป็นต้องใช้ ควรใช้อย่างระมัดระวัง เพราะอาจส่งผลทำให้กล้วยแคระแกรนหรือตายได้)

+++3 เดือน ให้สังเกตุต้นกล้วยหากพบใบเหลือง หรือใบเสียให้ตัดแต่งทิ้้ง โดยปกติจะเป็น 1-2 ใบล่าง ใส่ปุ๋ยคอกในอัตรา 2 ถ้วยแกงต่อ 1 ต้น โรยบริเวณโคนต้นให้ห่างจากต้นประมาณ 1 คืบ และปุ๋ยสูตร 25-7-7 ต้นละ 1 กำมือ

+++4 เดือน ให้สักเกตในแปลงหากมีหญ้า ให้ทำการกำจัดโดยใช้เครื่องตัดหญ้า ตัดให้สั้น หรือใช้ยาฆ่าหญ้าชนิดเผาไหมฉีดพ่นได้ แต่่ต้องระวังไม่ให้ละอองยาสัมผัสต้นและใบกล้วยจากนั้นใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 สูตรใดก็ได้ ประมาณ 1 กำมือ และรดน้ำตามทันที และทำการกลบโคนต้นเหมือนตอนอายุ 2 เดือน

+++5 เดือน ช่วงนี้กล้วยต้องการสะสมอาหารเพื่อนำไปสร้างปลี ควรใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 ผสมกับปุ๋ยสูตร 13-13-21 ต้นละ 1 กำมือ

+++6 เดือน เมื่อกล้วยอายุได้ 6 เดือนจะต้องทำการค้ำต้น การค้ำเป็นการช่วยพยุงลำต้นให้รับน้ำหนักเครือกล้วยได้ดี ไม่ให้หักก่อนถึงเวลาตัด โดยจะเริ่มสังเกตุเห็นกล้วยเริ่มตกเครือ มีปลีกล้วยโผล่ออกมาบริเวณยอด เมื่อลูกกล้วยเริ่มตั้งควรทำการห่อเครือกล้วยเพื่อให้กล้วยมีผิวสวย และทำการตัดปลีในวันเดียวกันที่ทำการห่อกล้วย ควรใส่ปุ๋ยสูตร 8-24-24 หรือสูตร 13-13-21 ต้นละ 1 กำมือ

+++7 เดือน ผลกล้วยเริ่มใหญ่ขึ้น ควรเร่งขนาดผลกล้วยโดยใส่ปุ๋ยสูตร 13-13-21 ต้นละ 1 กำมือ

+++8 เดือน เป็นช่วงเริ่มการเก็บเกี่ยวผลผลิต สำหรับต้นที่่สมบูรณ์จะเริ่มตัดได้ก่อน ปริมาณจะมากน้อยขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์ของต้น และจะทยอยตัดในเดือนต่อๆ ไปจนหมดแปลง

+++9 เดือน เป็นเดือนของการเก็บเกี่ยวผลผลิต (มากกว่า 50%) เกินครึ่งของกล้วยทั้งแปลงจะได้เก็บเกี่ยวในช่วงเดือนนี้

+++10 เดือน ผลผลิตชุดสุดท้ายจะได้เก็บเกี่่ยวในช่วงนี้ (ประมาณ 10%) เพราะความสมบูรณ์ของต้น ความสม่ำเสมอของปุ๋ยและน้ำมีผลให้ต้นที่ได้รับการดูแลได้ไม่ดีพอให้ผลผลิตได้ล่าช้ากว่าปกติ

+++ควรหมั่นสังเกตแปลงกล้วยในทุกช่วงอายุ หากพบว่าใบกล้วยมีเชื้อราเข้าทำลาย ต้องฉีดพ่นด้วยยาป้องกันกำจัดเชื้อรา ชื่อยา ไดฟีโนโคนาโชล ( difenoconazole ), โพรพิโคนาโชล ( propiconazole )

 

การเก็บเกี่ยวผลผลิต เมื่อกล้วยโตได้ขนาดตามที่ตลาดต้องการ กรรมวิธีการตัดกล้วยและจัดการกับผลผลิตกล้วยค่อนข้างสำคัญ จะได้ราคาดีหรือไม่ขึ้นอยู่ในช่วงนี้

1) การคัดเลือกเครือที่ต้องการ โดยสังเกตุจากลักษณะผลกล้วยทั้งเครือ

2) วิธีการตัดที่ถูกต้องและให้เกิดการบอบช้ำน้อยที่สุดเพื่อลดการสูญเสียผู้ตัดควรมีความรู้ความชำนาญ

3) การลำเลียงขนย้ายผลผลิต ต้องให้ความสำคัญในการป้องกันริ้วรอยจากกันการกระทบ กระแทกและขีดข่วน ควรใช้วัสดุกันกระแทก

 

เป็นแนวทางให้เลือกประยุกต์ใช้ได้ตามความเหมาะสมของแต่ละพื้นที่และความพร้อมของแต่ละคน เพื่อให้ได้ผลผลิตที่ดีมีคุณภาพไม่มีสูตรเฉพาะตายตัว

การปลูกกล้วยน้ำว้า…..คุณยาว

1. การเตรียมดินปลูกกล้วยน้ำว้า กล้วยสามารถปลูกได้ในทุกสภาพดิน ขอเพียงมีน้ำรดเมื่อพืชต้องการน้ำและสามารถระบายน้ำได้เมื่อถึงฤดูฝนที่มีน้ำเกินความต้องการของพืช พื้นที่ที่มีโอกาสน้ำขัง หรือน้ำแช่ไม่เหมาะกับการปลูกกล้วย

1) ที่นาควรยกร่องกว้าง 1 เมตร และปลูกบนหลังร่อง

2) ที่ไร่ สามารถปลูกได้เลยโดยไม่ต้องยกร่อง

ระยะปลูกที่แนะนำคือ 3×3 เมตร พื้นที่ 1 ไร่ปลูกได้ 180 ต้น การไถตากดินก่อนปลูกจะช่วยกำจัดวัชพืชและเชื้อโรคในดิน ช่วยให้ดินร่วนซุย ระบายน้ำได้ดี การไถดะโดยใช้ผาน 3 ไถตากดินไว้ประมาณ 5-7 วันเป็นอย่างน้อย จากนั้นไถแปรโดยใช้ผาน 7 ก่อนทำการปลูกโดยขุดหลุมลึกประมาณ 30 เซนติเมตร  กว้าง 30 เซนติเมตร ไม่ต้องใส่ปุ๋ยรองก้นหลุมเพราะอาจทำให้เกิดรากเน่าได้

เมื่อรับหน่อมาแล้วควรปลูกทันที หากไม่พร้อมปลูกควรเก็บไว้ในร่ม และรดน้ำ หากจะเก็บหน่อไว้นานเกิน 3 วันควรนำหน่อปักชำไว้ในดิน โดยขุดหลุมลึกประมาณ 10 เซนติเมตร เอาบริเวณเหง้าของหน่อกล้วยลงไปประมาณครึ่งหัวแล้วกลบและรดน้ำวันละครั้งไม่ควรชำไว้นานเกิน 1 เดือน

2.การปลูก จำแนกการปลูกออกเป็น 4 แบบคือ

1) การปลูกกล้วยน้ำว้าโดยการไถยกร่อง ขนาดกว้างประมาณ 1 เมตร เหมาะสำหรับพื้นที่ลุ่มลักษณะเป็นที่นามาก่อน โดยจะปลูกกล้วยบนร่องดังกล่าว

2) การปลูกกล้วยน้ำว้าโดยการไถยกร่องแต่ปลูกกล้วยในร่อง และให้น้ำโดยการปล่อยน้ำไหลไปตามร่องที่ปลูกกล้วยเหมาสำหรับพื้นที่ราบและมีความลาดเอียงเล็กน้อย

3) การปลูกกล้วยน้ำว้าโดยไม่ยกร่อง เหมาะสำหรับพื้นที่ไร่ที่ไม่มีน้ำขังในฤดูฝน เช่นที่ราบ ที่เชิงเขา

4) การปลูกกล้วยน้ำว้าโดยการขุดร่องน้ำ เหมาะสำหรับพื้นที่ลุ่มน้ำมีน้ำขังตลอดปี มีระบบชลประทานเพียงพอ และลักษณะดินเป็นดินเหนียว เพราะดินทรายอาจทำให้เกิดการพังทลายของร่องน้ำได้ง่าย

 

3. การรดน้ำ3. การรดน้ำ  กล้วยเป็นพืชที่ต้องการน้ำสม่ำเสมอ และขาดน้ำไม่ได้ การให้น้ำควรสังเกตหน้าดิน เมื่อดินแห้งก็ควรรดน้ำ หากให้น้ำไม่เพียงพอจะทำให้ต้นกล้วยและผลผลิตที่ได้ไม่สมบูรณ์ หักล้มง่าย

ซึ่งระบบการให้น้ำพืช แบ่งออกเป็น 4 รูปแบบดังนี้

1) ระบบสปริงเกอร์….ดีที่สุดสำหรับที่ราบ

2) ระบบน้ำท่วมร่อง(น้ำไหลไปตามร่อง)

3) ระบบน้ำหยด ไม่แนะนำสำหรับเมืองไทย

4) ใช้เรือรดน้ำ เหมาะสำหรับพื้นที่ลุ่มน้ำมีน้ำขังตลอดปี

 

4. การจัดการดูแลกล้วยน้ำว้าตามอายุ

+++1 เดือน ตั้งแต่เริ่มปลูกกระทั่งอายุครบ 1 เดือนต้นกล้วยจะสูงประมา 30 เซนติเมตร ควรใส่ปุ๋ยคอก ประมาณต้นละ 1 ถ้วยแกง หรือใส่ปุ๋ย สูตร 46-0-0 ในอัตราต้นละ 1 กำมือร่วมด้วย และรดน้ำตามทันที ไม่ควรใส่ชิดโคนต้นมากเพราะอาจทำให้โคนเน่าได้

+++2 เดือน ในช่วงอายุนี้แปลงกล้วยจะเริ่มมีหญ้า ให้ทำการกำจัดโดยใช้เครื่องตัดหญ้า ตัดให้สั้น จากนั้นใส่ปุ๋ยสูตร 46-0-0 และรดน้ำตามทันที เมื่อกล้วยอายุครบ 2 เดือนควรทำการกลบโคนต้น ไม่ให้โคนลอย เพื่อกระตุ้นให้เกิดการสร้างรากใหม่ ทำให้การเจริญเติบโตทำได้ดีขึ้น (ไม่ควรใช้ยากำจัดวัชพืชหากมีความจำเป็นต้องใช้ ควรใช้อย่างระมัดระวัง เพราะอาจส่งผลทำให้กล้วยแคระแกรนหรือตายได้)

+++3 เดือน ให้สังเกตุต้นกล้วยหากพบใบเหลือง หรือใบเสียให้ตัดแต่งทิ้้ง โดยปกติจะเป็น 1-2 ใบล่าง ใส่ปุ๋ยคอกในอัตรา 2 ถ้วยแกงต่อ 1 ต้น โรยบริเวณโคนต้นให้ห่างจากต้นประมาณ 1 คืบ และปุ๋ยสูตร 25-7-7 ต้นละ 1 กำมือ

+++4 เดือน ให้สักเกตในแปลงหากมีหญ้า ให้ทำการกำจัดโดยใช้เครื่องตัดหญ้า ตัดให้สั้น หรือใช้ยาฆ่าหญ้าชนิดเผาไหมฉีดพ่นได้ แต่่ต้องระวังไม่ให้ละอองยาสัมผัสต้นและใบกล้วยจากนั้นใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 สูตรใดก็ได้ ประมาณ 1 กำมือ และรดน้ำตามทันที และทำการกลบโคนต้นเหมือนตอนอายุ 2 เดือน

+++5 เดือน ถึง 9 เดือน ช่วงนี้กล้วยต้องการสะสมอาหารเพื่อนำไปสร้างปลี ควรใส่ปุ๋ยสูตร 15-15-15 หรือ 16-16-16 ผสมกับปุ๋ยสูตร 13-13-21 ต้นละ 1 กำมือ

+++10 เดือน กล้วยเริ่มแทงปลีออกมาให้เห็น

+++12 เดือน เริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตได้

+++ควรหมั่นสังเกตแปลงกล้วยในทุกช่วงอายุ หากพบว่าใบกล้วยมีเชื้อราเข้าทำลาย ต้องฉีดพ่นด้วยยาป้องกันกำจัดเชื้อรา ชื่อยา ไดฟีโนโคนาโชล ( difenoconazole ), โพรพิโคนาโชล ( propiconazole )

 

การเก็บเกี่ยวผลผลิต เมื่อกล้วยโตได้ขนาดตามที่ตลาดต้องการ กรรมวิธีการตัดกล้วยและจัดการกับผลผลิตกล้วยค่อนข้างสำคัญ จะได้ราคาดีหรือไม่ขึ้นอยู่ในช่วงนี้

1) การคัดเลือกเครือที่ต้องการ โดยสังเกตุจากลักษณะผลกล้วยทั้งเครือ

2) วิธีการตัดที่ถูกต้องและให้เกิดการบอบช้ำน้อยที่สุดเพื่อลดการสูญเสียผู้ตัดควรมีความรู้ความชำนาญ

3) การลำเลียงขนย้ายผลผลิต ต้องให้ความสำคัญในการป้องกันริ้วรอยจากกันการกระทบ กระแทกและขีดข่วน ควรใช้วัสดุกันกระแทก

Cr…กล้วยหอมทองปทุม.com